
การเจอกัน
ฟุตบอลโลกเยาวชน ยู 20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เป็นการโคจรมาพบกันของสองชาติมหาอำนาจด้านฟุตบอลอย่าง ซามูไรบลู ญี่ปุ่น (ยู 20) ที่ทำผลงานรอบแบ่งกลุ่มได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเก็บชัยชนะมา 3 นัดรวด ต้องการรักษาฟอร์มอันร้อนแรงเพื่อทะลุเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ ส่วนทัพตราไก่ ฝรั่งเศส (ยู 20) ที่แม้จะมีสะดุดในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็ยังเต็มไปด้วยผู้เล่นพรสวรรค์สูง และเกมนี้พวกเขาต้องเค้นฟอร์มเก่งออกมาให้ได้ เพื่อพิสูจน์ศักดิ์ศรีและก้าวเดินต่อไปในทัวร์นาเมนต์นี้
การเจอกัน
เกมล่าสุดที่ทั้งสองทีมพบกันคือเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2025 ในเกมกระชับมิตรทีมชาติ โดยเป็น ญี่ปุ่น (ยู 20) ที่บุกไปเอาชนะ ฝรั่งเศส (ยู 20) ได้ถึง 3-1 หากมองภาพรวมการเจอกัน 7 เกมหลังสุด ทุกรายการ ทั้งสองทีมต่างผลัดกันแพ้ชนะ แต่ที่น่าสนใจคือทั้ง 7 เกมดังกล่าว สถิติระบุว่าเกิดประตูรวมมากกว่า 2.5 ลูก ถึง 6 เกม และทั้งสองทีมยิงประตูใส่กันได้ทุกครั้ง (7 เกมติดต่อกัน) แสดงให้เห็นว่าการพบกันของคู่นี้มักจะดุเดือดและมีสกอร์สูงเสมอ
ญี่ปุ่น (ยู 20)
ยุโซะ ฟุนาโกชิ กุนซือของญี่ปุ่น (ยู 20) ไม่มีรายงานผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบนที่สำคัญจากรอบแบ่งกลุ่ม ทำให้สามารถจัดทัพชุดที่ดีที่สุดเพื่อลงเล่นในรอบน็อกเอาต์ได้ คาดว่าจะใช้ระบบ 4-4-2 ที่เน้นความสมดุลและความรวดเร็วในการเปลี่ยนเกม ผู้รักษาประตูคือ รุย อารางิ แผงหลังประกอบด้วย โซอิจิโร่ โมริ, ริออน อิชิฮาระ, ฮารุมิจิ ชิโอกาวะ และ เคตะ โคสึกิ แดนกลางมี โคเซอิ โอกุระ กับ เนลสัน อิชิวาตาริ คุมจังหวะเกม โดยมี ฮากุมุ นากากาวะ และ โซระ ฮิรากะ คอยทำเกมรุกทางริมเส้น คู่กองหน้าวาง โซมะ คันดะ และ ยูเมกิ โยโกยามะ ที่ฟอร์มดีพร้อมล่าตาข่าย
ฝรั่งเศส(ยู 20)
สำหรับ ฝรั่งเศส (ยู 20) ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อกุนซืออย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าเกมนี้จะจัดทัพชุดใหญ่ที่เน้นเกมรุกเพื่อรับมือกับญี่ปุ่นที่กำลังฟอร์มแรง ไม่มีรายงานผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบน คาดว่าจะใช้ระบบ 3-5-2 ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ในเกมล่าสุด ผู้รักษาประตูคือ ลิซานดรู โอลเมต้า แผงหลังสามคนนำโดย สตีเวน บาเซยา, โนฮาม กามาร่า และ อีเลียส ซีดาน กองกลางตัวหลักประกอบด้วย ฟอเด ซิลลา และ รับบี้ อินซิงกูลา แนวรุกใช้ มิลาน บิเซวัค และ ดิจีเลียน เอ็นกูสซอง เป็นคู่กองหน้าตัวเป้า
ทรรศนะ
ฟอร์มล่าสุด
ญี่ปุ่น (ยู 20): เกมล่าสุดในรายการนี้ ญี่ปุ่น (ยู 20) บุกไปชนะ นิวซีแลนด์ (ยู 20) 3-0 เก็บชัยชนะ 3 เกมติดต่อกันในรอบแบ่งกลุ่ม ฟอร์ม 6 เกมหลังสุด ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 2 จุดเด่นคือเกมรุกที่ยิงประตูต่อเนื่อง 5 เกมติดต่อกัน และมีสถิติยิงประตูถึง 9 จาก 10 เกมหลังสุด ขณะที่ฟอร์มในรายการนี้ (เกมลีค) ถือว่ายอดเยี่ยมมาก ชนะ 3 เกมรวด ยิงไป 7 ประตู และไม่เสียประตูเลย ฟอร์มโดยรวมถือว่าคงเส้นคงวาและแข็งแกร่งมากในการแข่งขันครั้งนี้
ฝรั่งเศส (ยู 20): เกมล่าสุดในรายการนี้ ฝรั่งเศส (ยู 20) บุกไปชนะ นิว แคลิโดเนีย (ยู 20) ขาดลอย 6-0 ฟอร์ม 6 เกมหลังสุด ชนะ 5 เกม แพ้ 1 เกม โดยมีสถิติที่น่าสนใจคือชนะถึง 8 เกมจาก 10 เกมหลังสุด แสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบในเรื่องคุณภาพของทีม แม้ว่าจะมีสถิติเสียประตูถึง 7 เกมจาก 10 เกมหลังสุด แต่เกมรุกก็ยังคงเฉียบคม ยิงประตูได้ 9 จาก 10 เกม ฟอร์มโดยรวมถือว่ายอดเยี่ยม เพียงแต่มีความผิดพลาดในการแพ้ต่อสหรัฐอเมริกา 0-3 ในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งเป็นจุดที่ต้องแก้ไข
แนวโน้มเกม
ญี่ปุ่น (ยู 20) เข้าสู่รอบน็อกเอาต์ด้วยความมั่นใจสูงสุดหลังชนะรวด 3 เกม และไม่เสียประตูเลย พวกเขาจะเน้นเกมรับที่เหนียวแน่นและใช้ความรวดเร็วของเกมสวนกลับเข้าโจมตี โดยมี โซมะ คันดะ เป็นคีย์แมนในแดนหน้า ขณะที่ ฝรั่งเศส (ยู 20) ซึ่งมีศักยภาพผู้เล่นที่สูงกว่า ต้องการกลับมาทำผลงานให้ได้ตามมาตรฐานหลังพ่ายแพ้ต่อสหรัฐอเมริกาอย่างน่าผิดหวัง พวกเขาจะเปิดเกมบุกและครองบอลมากกว่าเพื่อสร้างโอกาสเข้าทำ เนื่องจากสถิติการเจอกันมักจะยิงกันเยอะ เกมนี้จึงมีแนวโน้มที่จะเปิดแลกกันสนุก และด้วยฟอร์มอันคงเส้นคงวาและเกมรับที่ยอดเยี่ยมกว่าของญี่ปุ่นในทัวร์นาเมนต์นี้ ประกอบกับสถิติที่เคยเอาชนะฝรั่งเศสมาได้เมื่อไม่นานมานี้ ทำให้เชื่อว่า ญี่ปุ่น ที่รับบทบาททีมรองเล็กน้อย จะสามารถยันเสมอหรือเบียดเอาชนะไปได้อย่างหวุดหวิดในที่สุด สกอร์ที่คาด: ญี่ปุ่น (ยู 20) ชนะ ฝรั่งเศส (ยู 20) 2-1 ฟันธง: รอง ญี่ปุ่น (ยู 20)

.

