
"กวางหนุ่ม" หวังใจสู้หลังฟัดปืนใหญ่! เปิดรังดวล "เดอะ รอยัลส์" ที่กำลังคึกจัดจ่อท็อปซิกซ์
ลีกวัน อังกฤษ | แมนส์ฟิลด์ VS เร้ดดิ้ง | เกมสัปดาห์ที่ 37 | วันอังคารที่ 10 มีนาคม 2026
พรีวิว
แมนส์ฟิลด์ ทาวน์ เตรียมลงสนามนัดสำคัญเพื่อหาจุดเปลี่ยนกลับมาคว้าชัยชนะให้ได้อีกครั้ง เมื่อต้องเปิดสนาม วัน คอล สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ เร้ดดิ้ง ทีมฟอร์มร้อนแรงในคืนวันอังคารนี้ โดยปัจจุบันเจ้าถิ่นรั้งอันดับ 16 ของตาราง ลีกวัน มีคะแนนเหนือโซนตกชั้นเพียง 5 แต้ม ขณะที่ผู้มาเยือนอย่างทัพ เดอะ รอยัลส์ กำลังบินสูงในอันดับ 7 และมีแต้มตามหลังพื้นที่เพลย์ออฟเพียงคะแนนเดียวเท่านั้น
แมตซ์ พรีวิว
แมนส์ฟิลด์ ทาวน์
สถานการณ์ในลีกของ แมนส์ฟิลด์ ทาวน์ ค่อนข้างน่ากังวลหลังไม่ชนะใครมา 9 นัดติดต่อกัน ล่าสุดทำได้เพียงเสมอ โรเธอร์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 เมื่อสัปดาห์ก่อน อย่างไรก็ตาม พวกเขาเพิ่งโชว์สปิริตนักสู้ในศึก เอฟเอ คัพ รอบ 5 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ด้วยการต่อกรกับจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก อย่าง อาร์เซนอล ได้อย่างสมศักดิ์ศรีแม้จะพ่ายไป 2-1 ซึ่งกุนซือ ไนเจล คลัฟ ถึงกับเอ่ยปากชมลูกทีมว่าทำผลงานได้อย่าง "เหลือเชื่อ" และหวังจะรักษามาตรฐานนี้ไว้เพื่อหนีโซนอันตราย ทว่าสถิติในบ้านของทัพ กวางหนุ่ม ถือว่าย่ำแย่เป็นอันดับต้นๆ ของลีก และที่น่าหนักใจคือพวกเขาไม่เคยเอาชนะ เร้ดดิ้ง ได้เลยนับตั้งแต่ปี 1979
เร้ดดิ้ง
ในทางกลับกัน เร้ดดิ้ง กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมหลังไม่แพ้ใครมา 6 นัดติดต่อกัน ล่าสุดเพิ่งเบียดชนะ ลูตัน ทาวน์ 3-2 โดยได้ เคลวิน เอฮิบฮาติออมฮัน ระเบิดฟอร์มทำแฮตทริก ซึ่งถือเป็นข่าวดีอย่างมากในวันที่ดาวยิงตัวเก่งอย่าง แจ็ค แมริออท ยังต้องพักรักษาตัว กุนซือ เลียม ริชาร์ดสัน เข้ามาพลิกโฉมทีมจากที่เคยเกือบจมโซนตกชั้นเมื่อเดือนตุลาคม ให้กลายเป็นทีมลุ้นเลื่อนชั้นเต็มตัว โดยหากทัพ เดอะ รอยัลส์ สามารถบุกมาเก็บชัยชนะได้ในวันอังคารนี้ พวกเขาจะทะยานขึ้นสู่อันดับท็อปซิกซ์ของตารางทันที เนื่องจากคู่แข่งโดยตรงอย่าง ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ไม่มีโปรแกรมลงสนาม
ฟอร์มล่าสุด
แมนส์ฟิลด์ ทาวน์ (ลีกวัน) : เสมอ แพ้ แพ้ แพ้ เสมอ เสมอ
แมนส์ฟิลด์ ทาวน์ (ทุกรายการ) : ชนะ แพ้ แพ้ เสมอ เสมอ แพ้
เร้ดดิ้ง (ลีกวัน) : ชนะ ชนะ เสมอ เสมอ ชนะ ชนะ
สภาพความพร้อมของทีม
แมนส์ฟิลด์ ทาวน์
กุนซือ ไนเจล คลัฟ จะยังไม่มี ไรอัน สวีนีย์, เบลีย์ คาร์กิลล์ และ ลุค โบลตัน ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน โดยคาดว่าจะยึดโครงสร้างผู้เล่นจากชุดที่สู้กับ อาร์เซนอล เป็นหลัก แต่อาจมีการปรับเปลี่ยนในแนวรุกด้วยการส่ง วิลล์ อีแวนส์ ที่ลงมาทำประตูได้ในเกมบอลถ้วยลงเป็นตัวจริงแทนที่ ไทเลอร์ โรเบิร์ตส์ เพื่อเพิ่มความสดในการล่าตาข่าย
เร้ดดิ้ง
ฝั่งทีมเยือนคาดว่าจะมีการปรับทัพเพียงตำแหน่งเดียว โดยส่งแข้งเก๋าอย่าง แมตต์ ริตชี่ ลงเป็นตัวจริงหลังทำผลงานเยี่ยมจัดไป 2 แอสซิสต์ในฐานะสำรองนัดก่อน ซึ่งจะทำให้ คามาารี ดอยล์ ต้องหลุดไปนั่งสำรอง ขณะที่แดนกลางยังคงไว้วางใจให้กัปตันทีม ลูอิส วิง ประสานงานกับ เลียม เฟรเซอร์ โดยมีแนวรุกฟอร์มฮอตอย่าง เคลวิน เอฮิบฮาติออมฮัน ยืนเป็นหน้าเป้า
คาดการณ์ผู้เล่น
แมนส์ฟิลด์ ทาวน์ : โรเบิร์ตส์; นอยล์, โอชิลาจา, เบลค-เทรซี่; เอคินส์, รัสเซลล์, รีด, แอบบอตต์, แม็คลอฟลิน; โอ๊ตส์, อีแวนส์
เร้ดดิ้ง : เปเรร่า; ยาดอม, โอคอนเนอร์, ดี. วิลเลียมส์, วอร์ด; วิง, เฟรเซอร์; ริตชี่, ซาเวจ, วิลเลียมส์; เอฮิบฮาติออมฮัน
วิเคราะห์คาดการณ์
แม้ว่า แมนส์ฟิลด์ ทาวน์ จะเพิ่งเรียกความมั่นใจจากการสู้กับทีมยักษ์ใหญ่ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ปัญหาความเหนื่อยล้าจากเกมหนักเมื่อวันเสาร์อาจส่งผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งต้องมารับมือกับ เร้ดดิ้ง ที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นและมีความมุ่งมั่นสูงที่จะขยับขึ้นสู่อันดับเพลย์ออฟ ยิ่งเป็นงานที่ยากลำบาก ทัพ เดอะ รอยัลส์ มีเกมรุกที่หลากหลายและมีความเด็ดขาดมากกว่า โดยเฉพาะความมั่นใจของ เอฮิบฮาติออมฮัน ประกอบกับสถิติทางบอลที่ข่มเจ้าบ้านมาอย่างยาวนานและฟอร์มเกมนอกบ้านที่เริ่มนิ่งขึ้น เชื่อว่าทีมเยือนจะอาศัยความสดและความแน่นอนที่เหนือกว่า บดเอาชนะทัพ กวางหนุ่ม ที่มักจะมีปัญหาในการรักษามาตรฐานยามเล่นในบ้านไปได้ในที่สุด
สกอร์ที่คาด: แมนส์ฟิลด์ ทาวน์ 1-2 เร้ดดิ้ง
ข้อมูลที่น่าสนใจ
-
ทีมชนะ: เร้ดดิ้ง - เนื่องจากอยู่ในฟอร์มที่ร้อนแรงไม่แพ้ใครมา 6 นัดติดต่อกัน และมีแรงจูงใจสูงที่จะขึ้นไปติดท็อปซิกซ์ ขณะที่เจ้าบ้านไม่ชนะใครในลีกมา 9 นัดติดต่อกัน
-
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง - เพราะ เร้ดดิ้ง เป็นทีมที่มีเกมรุกวูบวาบและเพิ่งยิงมา 3 ประตูในนัดล่าสุด ขณะที่เจ้าถิ่นเองก็น่าจะเปิดหน้าแลกหวังปลดล็อกชัยชนะในบ้าน
-
Both Teams to Score (BTTS) : ใช่ - แม้ เร้ดดิ้ง จะเหนือกว่าแต่แนวรับยังมีช่องโหว่ให้เห็น ขณะที่ แมนส์ฟิลด์ เพิ่งเจาะตาข่ายอาร์เซนอลมาได้ น่าจะยิงประตูในบ้านตัวเองได้เช่นกัน
-
ทีมได้ประตูแรก : เร้ดดิ้ง - ด้วยความมั่นใจและรูปแบบการเข้าทำที่ชัดเจนของลูกทีม เลียม ริชาร์ดสัน คาดว่าพวกเขาจะเริ่มต้นเกมได้ดุดันและชิงจังหวะขึ้นนำก่อนได้


.

