
"อัศวินสีส้ม" ระส่ำขาดแกนหลักเผชิญหน้า "ซามูไรบูล" ญี่ปุ่น ที่กำลังท็อปฟอร์มชนะรวด 6 นัดติดศึกกรุ๊ปเอฟ
บอลโลก 2026 | เนเธอร์แลนด์ VS ญี่ปุ่น (สนามกลาง) | นัดที่ 1 | วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2026
พรีวิว
การแข่งขันบอลโลก 2026 ประเดิมความมันในสนามแรกของกลุ่ม เอฟ ยอดทีมแกร่งจากสองทวีปอย่าง เนเธอร์แลนด์ และ ญี่ปุ่น พร้อมแล้วที่จะเปิดฉากฟาดแข้งนัดแรกของพวกเขา ณ เมืองดัลลัส ในคืนวันอาทิตย์นี้ โดยในกลุ่มนี้นอกจากทั้งสองทีมแล้ว ยังมีเพื่อนร่วมสายอย่าง สวีเดน และ ตูนีเซีย ซึ่งเป้าหมายหลักของทุกทีมคือการจบอันดับหนึ่งและสองของกลุ่มเพื่อการันตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ต่อไป
แมตซ์ พรีวิว
เนเธอร์แลนด์
หลังจากที่ทำผลงานผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ยูโร 2024 รวมถึงการผ่านเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศในศึกฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดและศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ทัพ"อัศวินสีส้ม" เดินทางมาลุยศึกครั้งนี้โดยมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมคือนการคว้าแชมป์โลกที่พวกเขายังไม่เคยสัมผัสมาครองให้ได้ โดยนี่เป็นการลงเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งที่ 12 ในประวัติศาสตร์ของสโมสร ซึ่งที่ผ่านมาคงไม่มีชาติใดที่ต้องเจ็บปวดกับการเป็นได้เพียงแค่รองแชมป์โลกบ่อยครั้งที่สุดโดยไม่เคยได้ชูถ้วยรางวัลเลย หลังจากอกหักในนัดชิงชนะเลิศปี 1974, 1978 และปี 2010 แต่อย่างไรก็ตาม ภารกิจแรกที่ต้องทำคือการผ่านรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งประวัติศาสตร์ระบุชัดว่าพวกเขามีสถิติที่แข็งแกร่งในรอบนี้โดยไม่แพ้ใครเลยในรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลกมา 16 นัดติดต่อกัน นับย้อนไปตั้งแต่ปี 1994
หากย้อนเวลากลับไปในปีนั้น โรนัลด์ คูมัน ลงเล่นในฐานะกัปตันทีมชาติเนเธอร์แลนด์ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดบนแผ่นดินอเมริกา และในครั้งนี้เขากลับมาในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนเพื่อนำบ้านเกิดลุยศึกฟุตบอลโลกที่อเมริกาเหนืออีกครั้ง ทว่าผลงานในรอบคัดเลือกที่ผ่านมาของพวกเขาค่อนข้างทุลักทุเลและไม่น่าประทับใจนัก โดยเบียดผ่าน โปแลนด์ มาได้อย่างหวุดหวิด แถมเกมอุ่นเครื่องนัดส่งท้ายในรังเหย้าเดอ ไคป์ พวกเขายังพลาดท่าพ่ายให้กับ แอลจีเรีย ยุติสถิติไร้พ่าย 10 นัดติดต่อกันลงอย่างน่าเจ็บใจ จากนั้นพวกเขาเดินทางมาที่นิวยอร์กเพื่อลงเล่นเกมกระชับมิตรแบบปิดไม่มีผู้ชมกับ อุซเบกิสถาน ที่สนามไอคาห์ สเตเดียม ซึ่งเกมนั้นต้องพึ่งพาสองจุดโทษของ โคดี้ กัคโป โดยประตูชัยเกิดขึ้นในช่วงท้ายเกมนาทีทดเจ็บซัดเฉือนชนะทีมน้องใหม่ไปได้ ทำให้เกมนัดนี้ โรนัลด์ คูมัน หวังว่าลูกทีมจะโชว์ฟอร์มการเล่นที่ไหลลื่นและยอดเยี่ยมกว่าเดิม
ญี่ปุ่น
ทางด้านทัพ"ซามูไรบูล" มหาอำนาจลูกหนังที่ไร้เทียมทานจากทวีปเอเชีย กำลังเดินทางเข้าสู่การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งที่ 8 ติดต่อกัน แต่อย่างไรก็ตาม สถิติที่ผ่านมาพวกเขายังไม่เคยผ่านทะลุไปได้ไกลกว่ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเลย แม้กระทั่งในตอนที่เป็นเจ้าภาพร่วมเมื่อปี 2002 ปัจจุบันพวกเขารั้งอันดับ 18 ของโลก ซึ่งตามหลังคู่แข่งในเกมนัดเปิดสนามนี้เพียงแค่ 10 อันดับเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ลูกทีมของ ฮาจิเมะ โมริยาสุ เดินทางมาลุยศึกครั้งนี้ด้วยฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงเกินห้ามใจจากการคว้าชัยชนะในเกมอุ่นเครื่องมา 6 นัดติดต่อกัน
ในการเดินหน้าเก็บชัยชนะรวดขุนพลแดนปลาดิบสามารถโค่นทีมยักษ์ใหญ่อย่าง บราซิล และ อังกฤษ มาได้ ทำให้โมเมนตัมของทีมกำลังยอดเยี่ยมสุดขีดหลังจากโชว์ฟอร์มโหดในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก โซนเอเชีย ด้วยการถล่มประตูคู่แข่งไปถึง 54 ลูก ซึ่งถือเป็นสถิติที่มากที่สุดในบรรดาประเทศจากโซนเอเอฟซี และเป็นทีมแรกที่คว้าตั๋วมาสมทบกับสามชาติเจ้าภาพร่วม นอกเหนือจากเกมรุกที่ดุดันแล้ว เกมรับของพวกเขายังเหนียวแน่นเป็นหินผาโดยเสียไปเพียงแค่ 3 ประตูเท่านั้นตลอดรอบคัดเลือก แสดงให้เห็นถึงระบบทีมและความสามัคคีที่ยอดเยี่ยมจนทำให้แฟนบอลคาดหวังถึงการสร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบลึกๆ ในฤดูร้อนนี้ อีกทั้งสถิติในศึกกาตาร์ 2022 พวกเขาก็เคยเผาเครื่องทีมยักษ์ใหญ่ยุโรปมาแล้วทั้ง เยอรมนี และ สเปน ในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนจะไปพ่าย โครเอเชีย ในการดวลจุดโทษอย่างน่าเสียดาย โดยเกมนัดนี้จะเป็นการเจอกับเนเธอร์แลนด์ ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ ต่อจากปี 2010 ที่พวกเขาเคยพ่ายไป 0-1
ฟอร์มล่าสุด
เนเธอร์แลนด์ (ทุกรายการ) : เสมอ ชนะ ชนะ เสมอ แพ้ ชนะ
ญี่ปุ่น (ทุกรายการ) : ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ
สภาพความพร้อมของทีม
เนเธอร์แลนด์
ความพร้อมของทัพเนเธอร์แลนด์ ต้องเผชิญข่าวร้ายอย่างหนักในแคมป์เก็บตัวเมื่อผู้รักษาประตูมือหนึ่งอย่าง บาร์ต แฟร์บรูคเคิน ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณสะโพกจากการฝึกซ้อมเกมนัดอุ่นเครื่องนัดสุดท้าย ส่งผลให้กุนซือคูมันต้องเจอสถานการณ์ลำบากในการตัดสินใจครั้งใหญ่สุดสัปดาห์นี้ โดยคาดว่า มาร์ค เฟลคเก้น นายทวารจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน น่าจะได้ลงทำหน้าที่เฝ้าเสาเป็นตัวจริงแทน โดยมี โรบิน รูฟส์ คอยสแตนด์บายเป็นมือสาม นอกจากนี้ทีมยังต้องชวดใช้งาน ยูร์เรียน ทิมเบอร์ กองหลังตัวเก่งจาก อาร์เซนอล ที่ต้องถอนตัวออกจากทีมไปก่อนหน้านี้ รวมถึง เยอร์ดี้ เชาเทิน ที่โชคร้ายเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาดซ้ำร้ายยังต้องขาด แมทเธียส เดอ ลิกต์ และเพลย์เมกเกอร์ตัวสร้างสรรค์เกมคนสำคัญอย่าง ชาบี ซิมอนส์ ไปจากอาการบาดเจ็บเช่นกัน ส่วนตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าจะเป็นการแย่งชิงกันของสองดาวยิง โดย เมมฟิส เดปาย เจ้าของสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมที่ทำไป 12 ประตูในรอบคัดเลือก พร้อมเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงกับ ดอนเยลล์ มาเลน ที่กำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มร้อนแรงกับสโมสร โรม่า
ญี่ปุ่น
ขณะที่ความพร้อมของฝั่งญี่ปุ่น จะหมดสิทธิ์ใช้งานกัปตันทีมคนสำคัญอย่าง วาตารุ เอ็นโด ที่สร้างความช็อกด้วยการประกาศอำลาสนามทีมชาติอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ไม่สามารถฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บที่บริเวณเท้าได้ทันเวลา รวมถึงปีกตัวจี๊ดอย่าง คาโอรุ มิโตมะ ก็เป็นอีกหนึ่งรายที่พลาดการเดินทางมาลุยศึกครั้งนี้เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน ทว่ากุนซือ ฮาจิเมะ โมริยาสุ ยังคงมีขุมกำลังแนวรุกที่อันตรายทดแทน โดยเตรียมส่ง ทาเคฟุซะ คุโบะ และ จุนยะ อิโตะ ลงทำหน้าที่เป็นมิดฟิลด์ตัวรุกคอยสนับสนุนอยู่ด้านหลังกองหน้าตัวเป้าอย่าง อายาเสะ อุเอดะ ซึ่งประสานงานสามคนนี้ทำสถิติร่วมกันทำประตูและแอสซิสต์ในรอบคัดเลือกไปถึง 33 ครั้ง นอกเหนือจากนี้ ยูโตะ นากาโตโมะ ฟูลแบ็กจอมเก๋าวัย 39 ปีที่มีชื่ออยู่ในทีมชุดนี้และคาดว่าจะนั่งเป็นสำรอง มีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นผู้เล่นชาวเอเชียคนแรกที่ได้ลงสนามแข่งขันในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายถึง 5 สมัย
คาดการณ์ผู้เล่น
เนเธอร์แลนด์ : แฟร์บรูคเคิน; ดุมฟรีส์, ฟาน เฮคเก้, ฟาน ไดจ์ค, ฟาน เดอ เวน; เดอ ยอง, กราเวนเบิร์ช; ซัมเมอร์วิลล์, ไรน์เดอร์ส, กัคโป; เดปาย
ญี่ปุ่น : ซูซูกิ; ทานิกุจิ, วาตานาเบะ, ฮ. อิโตะ; โดอัน, คามาดะ, ทานากะ, นากามูระ; จ. อิโตะ, คุโบะ; อุเอดะ
วิเคราะห์คาดการณ์
ศึกบิ๊กแมตช์ที่สนามกลางนัดนี้คาดว่าจะเป็นเกมที่สู้กันได้อย่างสนุกและพลิกผันได้ตลอดเวลา ทัพ"อัศวินสีส้ม" แม้จะมีชื่อชั้นและอันดับโลกที่เหนือกว่า แต่สภาพทีมก่อนลงสนามนัดนี้ระส่ำระส่ายอย่างหนักจากการขาดผู้เล่นแกนหลักไปหลายราย โดยเฉพาะในรายของผู้รักษาประตูมือหนึ่งอย่าง บาร์ต แฟร์บรูคเคิน ที่บาดเจ็บกะทันหัน รวมถึงเซนเตอร์อย่าง แมทเธียส เดอ ลิกต์ และมิดฟิลด์ตัวเก่ง ชาบี ซิมอนส์ ทำให้ความแข็งแกร่งและสมดุลของทีมลดน้อยลงไปอย่างชัดเจน สวนทางกับทัพ"ซามูไรบูล" ที่กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มที่ท็อปฟอร์มสุดขีดหลังคว้าชัยชนะเกมอุ่นเครื่องมา 6 นัดรวด ซึ่งรวมถึงการล้มทีมใหญ่อย่างบราซิลและอังกฤษ ขุมกำลังแนวรุกของพวกเขานำโดย ทาเคฟุซะ คุโบะ และ อายาเสะ อุเอดะ มีความรวดเร็วและจัดจ้านเป็นอย่างมาก อีกทั้งสถิติในฟุตบอลโลกครั้งก่อนพวกเขาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่กลัวทีมจากยุโรป แม้ว่าญี่ปุ่นจะขาด วาตารุ เอ็นโด แต่ระบบทีมที่ ฮาจิเมะ โมริยาสุ วางไว้ยังคงเหนียวแน่นเสียประตูน้อยมาก คาดว่าเกมนี้ญี่ปุ่นจะใช้ความฟิตและความเร็วเข้าบดบี้แผงหลังเนเธอร์แลนด์ที่มีช่องโหว่ ก่อนจะอาศัยจังหวะสวนกลับที่เฉียบคมพลิกเอาชนะทีมแกร่งจากยุโรปไปได้แบบสุดช็อก
คาดการณ์สกอร์ : เนเธอร์แลนด์ 1-2 ญี่ปุ่น
ข้อมูลที่น่าสนใจ
-
ทีมชนะ: ญี่ปุ่น - ขุนพลแดนปลาดิบกำลังอยู่ในช่วงที่มั่นใจสุดขีดหลังคว้าชัยชนะมา 6 นัดติดต่อกันรวมถึงการเอาชนะทีมระดับโลกมาได้ ต่างจากเนเธอร์แลนด์ ที่สภาพทีมพิการอย่างหนักขาดผู้เล่นตัวหลักทั้ง บาร์ต แฟร์บรูคเคิน, แมทเธียส เดอ ลิกต์ และ ชาบี ซิมอนส์ ย่อมทำให้ความแข็งแกร่งลดลงและเปิดโอกาสให้ญี่ปุ่นเบียดคว้าชัย
-
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง - แนวรุกของญี่ปุ่น มีความจัดจ้านและเฉียบคมเป็นอย่างมากโดยถล่มประตูมาอย่างต่อเนื่องในรอบคัดเลือก ขณะที่เนเธอร์แลนด์ แม้จะขาดแกนหลักแต่แดนหน้ายังมี โคดี้ กัคโป และ เมมฟิส เดปาย คอยขู่ ประกอบกับเกมนี้เนเธอร์แลนด์ต้องใช้ผู้รักษาประตูสำรองทำให้มีโอกาสเสียประตูง่าย สกอร์รวมน่าจะเกินสองประตู
-
Both Teams to Score (BTTS) : ใช่ - ด้วยระบบเกมรุกที่ดุดันของทั้งสองฝ่าย ฝั่งอัศวินสีส้มยังมีทีเด็ดจาก โคดี้ กัคโป ที่ฟอร์มดีซัดจุดโทษมาในนัดก่อน ส่วนทัพซามูไรบูลก็มีแนวรุกที่ความเร็วสูงพร้อมปั่นป่วนแผงหลังคู่แข่ง อีกทั้งทั้งสองทีมต่างมีปัญหานักเตะแกนหลักในเกมรับบาดเจ็บ ทำให้มีโอกาสสูงที่จะเสียประตูด้วยกันทั้งคู่
-
ทีมได้ประตูแรก : ญี่ปุ่น - ด้วยความรวดเร็วและความคล่องตัวในแดนกลางนำโดย ทาเคฟุซะ คุโบะ และ จุนยะ อิโตะ จะช่วยให้ทีมเปิดเกมรุกเข้ากดดันแผงหลังของเนเธอร์แลนด์ ที่ยังปรับระบบได้ไม่ลงตัวทันทีตั้งแต่เริ่มเกม และน่าจะชิงจังหวะความผิดพลาดพังประตูขึ้นนำร่องไปก่อนได้สำเร็จ

สภาพความพร้อมของทั้งสองทีม
เนเธอร์แลนด์
ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ภายใต้การคุมทีมของ โรนัลด์ คูมัน กำลังกังวลเรื่องสภาพร่างกายของ บาร์ท แฟร์บรูกเก้น ผู้รักษาประตูที่ได้รับบาดเจ็บที่สะโพกในเกมอุ่นเครื่องกับทีมชาติอุซเบกิสถาน และยังต้องลุ้นเช็คฟิต ส่วนในแนวรุก เมมฟิส เดอปาย กองหน้าวัย 32 ปีที่ปัจจุบันค้าแข้งอยู่ในประเทศบราซิล เตรียมลงเป็นกำลังหลักในการลุยศึก ฟุตบอลโลก ครั้งที่ 3 ของเจ้าตัว โดยคาดว่าในเกมนี้น่าจะมีผู้เล่นจากเวที พรีเมียร์ลีก ลงเป็นตัวจริงมากถึง 8 ราย
ญี่ปุ่น
ทีมชาติญี่ปุ่น จะหมดสิทธิ์ใช้งาน วาตารุ เอ็นโด กองกลางจากสโมสร ลิเวอร์พูล ที่ไม่เพียงแต่ต้องถอนตัวจากชุดลุยศึก ฟุตบอลโลก แต่ยังได้ประกาศอำลาทีมชาติเนื่องจากมีปัญหาบาดเจ็บที่เท้า โดยคาดว่า อาโอะ ทานากะ จะได้รับโอกาสลงสนามแทน ในขณะที่กองหลังอย่าง ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ และกองหน้าอย่าง ไดเซน มาเอดะ น่าจะเริ่มต้นด้วยการเป็นเพียงตัวสำรองไปก่อน
คาดการณ์ผู้เล่นที่จะลงสนาม
เนเธอร์แลนด์
ผู้รักษาประตู: แฟร์บรูกเก้น
กองหลัง: ดุมฟรีส์, เฮ็คเค่อ, ไดจ์ค, เฟน
กองกลาง: ยอง, กราเฟนแบร์ก
กองกลางรุก: มาเลน, ไรน์เดอร์ส, กัคโป
กองหน้า: เดอปาย
ญี่ปุ่น
ผู้รักษาประตู: ซูซูกิ
กองหลัง: อิโตะ, วาตานาเบะ, ทานิกุจิ
กองกลาง: โดอัน, ทานากะ, ซาโนะ, นากามูระ
กองหน้า: คุโบะ, อูเอดะ, คามาดะ
วิเคราะห์และคาดการณ์ผลการแข่งขัน
ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นทีมชาติที่ดีที่สุดที่ยังไม่เคยคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก โดยพวกเขาเคยจบด้วยตำแหน่งรองแชมป์มาแล้วถึง 3 ครั้ง ล่าสุดคือในปี 2010 ลูกทีมของ โรนัลด์ คูมัน ซึ่งผ่านเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ยังคงเป็นทีมที่อันตรายเสมอ แต่พวกเขาจะต้องหาทางผ่านรอบแบ่งกลุ่มที่ดูยากลำบากนี้ไปให้ได้ก่อนที่จะมองไปถึงการคว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์ ทางด้านทีมชาติญี่ปุ่น ลงเล่นในศึก ฟุตบอลโลก เป็นสมัยที่ 8 ติดต่อกันด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยมสุดขีด หลังจากเก็บชัยชนะมาได้ 6 นัดรวด ซึ่งรวมถึงการคว้าชัยชนะเหนือทีมเต็งแชมป์อย่างทีมชาติบราซิล และทีมชาติอังกฤษ สำหรับสถิติการพบกันในศึก ฟุตบอลโลก เพียงครั้งเดียวก่อนหน้านี้เมื่อ 16 ปีที่แล้ว เป็นทาง เวสลีย์ สไนเดอร์ ที่ทำประตูชัยให้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ชนะไป และตัวแทนจากทวีปเอเชียยังไม่เคยเอาชนะทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ได้เลยจากการพบกัน 3 ครั้งก่อนหน้านี้ (เสมอ 1 แพ้ 2) เมื่อประเมินจากข้อมูลความพร้อม แม้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ จะมีปัญหานักเตะบาดเจ็บอย่าง บาร์ท แฟร์บรูกเก้น ที่ยังต้องลุ้นเช็คฟิต แต่ขุมกำลังที่เหลือยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่ทีมชาติญี่ปุ่น ขาดกำลังสำคัญอย่าง วาตารุ เอ็นโด ไป แต่ผลงานโดยรวมของพวกเขากำลังมั่นใจและร้อนแรง คาดว่ารูปเกมจะออกมาสูสีและมีโอกาสสูงที่จะจบลงด้วยการแบ่งแต้ม
คาดการณ์สกอร์ : เนเธอร์แลนด์ 1 - 1 ญี่ปุ่น
ข้อมูลที่น่าสนใจ
เสมอ: ทีมชาติญี่ปุ่น มีฟอร์มที่ร้อนแรงมากจากการชนะ 6 นัดรวดรวมถึงการโค่นทีมใหญ่อย่างทีมชาติบราซิล และทีมชาติอังกฤษ ในขณะที่ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ยังคงมีมาตรฐานที่สูงและขุมกำลังที่แข็งแกร่ง การเผชิญหน้ากันในเกมนี้น่าจะสู้กันได้อย่างสนุกและลงเอยด้วยผลเสมอ
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : ต่ำ: ทั้งสองทีมน่าจะลงเล่นด้วยความรัดกุมในเกมที่ถือว่าเป็นงานยากของรอบแบ่งกลุ่ม แม้จะมีแนวรุกที่ดีแต่เกมนี้อาจจะไม่ได้เปิดแลกกันมากนัก สกอร์รวมจึงไม่น่าจะเกิน 2 ประตู
Both Teams to Score (BTTS) : ใช่: ทีมชาติญี่ปุ่น กำลังมั่นใจในเกมรุกและทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ก็มีผู้เล่นอันตรายอย่าง เมมฟิส เดอปาย โอกาสที่ทั้งสองทีมจะสามารถหาช่องทำประตูใส่กันได้จึงมีความเป็นไปได้สูง
ทีม ญี่ปุ่น ได้ประตูแรก: ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมจากการชนะมาอย่างต่อเนื่อง ทีมชาติญี่ปุ่น อาจจะใช้ความรวดเร็วและความขยันบีบพื้นที่เข้ากดดัน จนทำให้แนวรับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ พลาดและเบิกสกอร์แรกได้ก่อน

วิเคราะห์บอล ฟุตบอลโลก 2026 : ฮอลแลนด์ (-) -vs- ญี่ปุ่น (-)
สนาม : เอที&ที สเตเดี้ยม (กลาง)
เวลา : 03.00 น.
ราคาบอล : ฮอลแลนด์ ต่อ 0.5(-5)
ผลการพบกันของทั้งสองทีม
16/11/13 ฮอลแลนด์ เสมอ ญี่ปุ่น 2-2 / (กลาง) กระชับมิตร
19/06/10 ฮอลแลนด์ ชนะ ญี่ปุ่น 1-0 / (กลาง) ฟุตบอลโลก 2010
05/09/09 ฮอลแลนด์ ชนะ ญี่ปุ่น 3-0 / กระชับมิตร
ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม
ฮอลแลนด์
09/06/26 ชนะ อุซเบกิสถาน 2-1 (กลาง) กระชับมิตร / ต่อ 1.75 ... เสีย
04/06/26 แพ้ แอลจีเรีย 0-1 (เหย้า) กระชับมิตร / ต่อ 1.5 ... เสีย
01/04/26 เสมอ เอกวาดอร์ 1-1 (เหย้า) กระชับมิตร / ต่อ 1 ... เสีย
28/03/26 ชนะ นอร์เวย์ 2-1 (เหย้า) กระชับมิตร / ต่อ 0.75 ... ได้ครึ่ง
18/11/25 ชนะ ลิธัวเนีย 4-0 (เหย้า) คัดบอลโลก 2026 / ต่อ 3.25 ... ได้
ญี่ปุ่น
31/05/26 ชนะ ไอซ์แลนด์ 1-0 (เหย้า) กระชับมิตร / ต่อ 2 ... เสีย
01/04/26 ชนะ อังกฤษ 1-0 (เยือน) กระชับมิตร / รอง 0.75 ... ได้
29/03/26 ชนะ สกอตแลนด์ 1-0 (เยือน) กระชับมิตร / ต่อ 0.25 ... ได้
18/11/25 ชนะ โบลิเวีย 3-0 (เหย้า) คิริน ชาลเล้นจ์ คัพ / ต่อ 2.25 ... ได้
14/11/25 ชนะ กาน่า 2-0 (เหย้า) คิริน ชาลเล้นจ์ คัพ / ต่อ 1.25 ... ได้
สภาพทีมล่าสุดของทั้งสองทีม
ฮอลแลนด์
ฮอลแลนด์ ของกุนซือ โรนัลด์ คูมัน จะต้องรอลุ้นอาการของ บาร์ต เฟอร์บรู้กเก้น (29 นัด) นายทวารมือหนึ่งที่เจ็บเข้ามาจากเกมอุ่นเครื่องล่าสุด นั่นทำให้ มาร์ค เฟล็คเค่น (12 นัด) น่าจะได้รับโอกาสลงเฝ้าเสาแทน คาดว่า คูมัน เตรียมวางหมากในระบบ 4-3-3 โดยมี ครีเซนซิโอ้ ซัมเมอร์วิลล์ (2 นัด), ดอนเยลล์ มาเล่น (53 นัด/13 ประตู) กับ โคดี้ กั๊คโป (50 นัด/21 ประตู) เป็นสามประสานแดนหน้าคอยล่าสกอร์ตามสูตร
ฮอลแลนด์ (4-3-3) : มาร์ค เฟล็คเค่น - เดนเซล ดุมฟรีส์, ยาน พอล ฟาน เฮ้คเก้, เฟอร์จิล ฟาน ไดย์ค, มิคกี้ ฟาน เด เฟ่น - ไรอัน กราเวนเบิร์ช, เฟรงกี้ เด ยอง, ติยานี่ ไรย์นเดอร์ส - ครีเซนซิโอ้ ซัมเมอร์วิลล์, ดอนเยลล์ มาเล่น, โคดี้ กั๊คโป
ญี่ปุ่น
ญี่ปุ่น ของกุนซือ ฮาจิเมะ โมริยาสุ มีอัพเดตล่าสุดจาก วาตารุ เอ็นโด (73 นัด/4 ประตู) จอมทัพวัย 33 ปี ที่ประกาศถอนตัวและรีไทร์ทีมชาติเรียบร้อย หลังได้รับบาดเจ็บเท้าเข้ามาซ้ำอีก คาดว่า โมริยาสุ เตรียมจัดทัพในระบบ 3-4-2-1 โดยมี โคกิ โองาวะ (15 นัด/11 ประตู) ออกสตาร์ทยืนเป้าล่าตาข่ายและใช้ ทาเคฟูสะ คูโบะ (49 นัด/7 ประตู) กับ จุนยะ อิโตะ (69 นัด/15 ประตู) เป็นสองกลางรุกคอยซัพพอร์ตอยู่ด้านหลังตามระเบียบ
ญี่ปุ่น (3-4-2-1) : ซิออน ซูซูกิ - ทาเคฮิโระ โตมิยาสุ, ฮิโรกิ อิโตะ, โค อิตาคูระ - ริซึ โดอัน, ไดจิ คามาดะ, อาโอะ ทานากะ, เคอิโตะ นากามูระ - ทาเคฟูสะ คูโบะ, จุนยะ อิโตะ - โคกิ โองาวะ
ทรรศนะ JK11
เกมนี้บอกเลยว่าสนุกสนานสะใจแฟน ๆ แน่นอน เพราะเป็นบอลเกมรุกบุกมันส์ทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ดีด้าน ญี่ปุ่น หลังทราบข่าวการอำลาทีมชาติด่วนของกัปตัน วาตารุ เอ็นโด น่าจะสร้างอิมแพ็คให้กับขุมกำลังที่เหลือในทีมได้เป็นอย่างดี บอกเลยว่าเกมนี้วิ่งสุดแน่นอน ประกอบกับฟอร์มการเล่นตลอด 6 หนท้ายทุกรายการก็คว้าชัยรวด และยิงรวม 11 ประตูเลยทีเดียว แถมเซฟคลีนชีตได้ถึง 5 ครั้งอีกด้วย แม้อันดับฟีฟ่าของ ฮอลแลนด์ จะเหนือกว่าพอสมควร แต่ฟอร์มล่าสุดที่เฉือน อุซเบกิสถาน 2-1 ไม่น่าประทับใจสักเท่าไร เพราะเป็นฝ่ายคุมเกมได้ทั้งหมด แต่ได้สองประตูจากสองจุดโทษจาก โคดี้ กั๊คโป ขณะที่โอกาสเล่นในโอเพ่นเพลย์กลับทำอะไรคู่แข่งไม่ได้ ฉะนั้นหากต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่เขี้ยวและบอลระบบเข้ม ๆ มีทรงจบเจ๊าหรือไร้ชัยสูงมาก แนะนำอยู่รองประคองตัวไม่กลัวตาย ฟันธง! เชียร์ ญี่ปุ่น ลุ้นสบาย...!
ทีเด็ดบอล : รอง ญี่ปุ่น 0.5
ฟันธง : "ญี่ปุ่น เสมอ 1-1" ... (ต่ำ 2.5)
อัตราความมั่นใจ : 8/10
(ทีเด็ดต่างชาติเห็นต่างแต่ไม่แตกแยก BY : AsianBookie : ให้รอง ญี่ปุ่น 0.5)

วิเคราะห์บอล ฟุตบอลโลก 2026 : ฮอลแลนด์ -vs- ญี่ปุ่น
สนาม : เอที&ที สเตเดี้ยม (สหรัฐฯ) / กลุ่ม เอฟ
เวลา : 03.00 น.
ราคาบอล : ฮอลแลนด์ ต่อ 0.5
ผลการพบกันของทั้งสองทีม
16/11/13 ฮอลแลนด์ เสมอ ญี่ปุ่น 2-2
19/06/10 ฮอลแลนด์ ชนะ ญี่ปุ่น 1-0
05/09/09 ฮอลแลนด์ ชนะ ญี่ปุ่น 3-0
ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดรายการนี้
ฮอลแลนด์
10/12/22 เสมอ อาร์เจนตินา 2-2 (กลาง) / (แพ้จุดโทษ 3-4)
03/12/22 ชนะ สหรัฐอเมริกา 3-1 (กลาง)
29/11/22 ชนะ กาตาร์ 2-0 (กลาง)
25/11/22 เสมอ เอกวาดอร์ 1-1 (กลาง)
21/11/22 ชนะ เซเนกัล 2-0 (กลาง)
ญี่ปุ่น
05/12/22 เสมอ โครเอเชีย 1-1 (กลาง) / (แพ้จุดโทษ 1-3)
02/12/22 ชนะ สเปน 2-1 (กลาง)
27/11/22 แพ้ คอสตาริกา 0-1 (กลาง)
23/11/22 ชนะ เยอรมนี 2-1 (กลาง)
02/07/18 แพ้ เบลเยียม 2-3 (กลาง)
ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม
ฮอลแลนด์
09/06/26 ชนะ อุซเบกิสถาน 2-1 (กลาง) กระชับมิตร / ต่อ 1.75 ... เสีย
04/06/26 แพ้ แอลจีเรีย 0-1 (เหย้า) กระชับมิตร / ต่อ 1.5 ... เสีย
01/04/26 เสมอ เอกวาดอร์ 1-1 (เหย้า) กระชับมิตร / ต่อ 1 ... เสีย
28/03/26 ชนะ นอร์เวย์ 2-1 (เหย้า) กระชับมิตร / ต่อ 0.75 ... ได้ครึ่ง
18/11/25 ชนะ ลิธัวเนีย 4-0 (เหย้า) คัดบอลโลก 2026 / ต่อ 3.25 ... ได้
ญี่ปุ่น
31/05/26 ชนะ ไอซ์แลนด์ 1-0 (เหย้า) กระชับมิตร / ต่อ 2 ... เสีย
01/04/26 ชนะ อังกฤษ 1-0 (เยือน) กระชับมิตร / รอง 0.75 ... ได้
29/03/26 ชนะ สกอตแลนด์ 1-0 (เยือน) กระชับมิตร / ต่อ 0.25 ... ได้
18/11/25 ชนะ โบลิเวีย 3-0 (เหย้า) คิริน ชาลเล้นจ์ คัพ / ต่อ 2.25 ... ได้
14/11/25 ชนะ กาน่า 2-0 (เหย้า) คิริน ชาลเล้นจ์ คัพ / ต่อ 1.25 ... ได้
ความพร้อมก่อนเกม
ฮอลแลนด์
กุนซือ โรนัลด์ คูมัน ต้องรอเช็กอาการของ บาร์ต เฟอร์บรู้กเก้น นายทวารมือหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บมาจากเกมอุ่นเครื่องนัดล่าสุด ส่งผลให้ มาร์ค เฟล็คเค่น น่าจะได้รับโอกาสลงเฝ้าเสาแทน ด้านแท็คติกเชื่อว่าจะวางหมากในระบบหลัก 4-3-3 โดยมี ครีเซนซิโอ้ ซัมเมอร์วิลล์, ดอนเยลล์ มาเล่น และ โคดี้ กั๊คโป เป็นสามประสานแดนหน้าคอยล่าตาข่าย
ฮอลแลนด์ (4-3-3) : มาร์ค เฟล็คเค่น - เดนเซล ดุมฟรีส์, ยาน พอล ฟาน เฮ้คเก้, เฟอร์จิล ฟาน ไดย์ค, มิคกี้ ฟาน เด เฟ่น - ไรอัน กราเวนเบิร์ช, เฟรงกี้ เด ยอง, ติยานี่ ไรย์นเดอร์ส - ครีเซนซิโอ้ ซัมเมอร์วิลล์, ดอนเยลล์ มาเล่น, โคดี้ กั๊คโป
ญี่ปุ่น
กุนซือ ฮาจิเมะ โมริยาสุ มีอัปเดตสำคัญคือ วาตารุ เอ็นโด จอมทัพวัย 33 ปี ได้ประกาศถอนตัวและอำลาทีมชาติเป็นที่เรียบร้อยหลังมีอาการบาดเจ็บซ้ำที่เท้า ส่วนการจัดทัพคาดว่าจะมาในระบบ 3-4-2-1 โดยส่ง โคกิ โองาวะ ลงยืนเป็นหน้าเป้าล่าสกอร์ พร้อมมี ทาเคฟูสะ คูโบะ และ จุนยะ อิโตะ เป็นสองมิดฟิลด์ตัวรุกคอยสนับสนุน
ญี่ปุ่น (3-4-2-1) : ซิออน ซูซูกิ - ทาเคฮิโระ โตมิยาสุ, ฮิโรกิ อิโตะ, โค อิตาคูระ - ริซึ โดอัน, ไดจิ คามาดะ, อาโอะ ทานากะ, เคอิโตะ นากามูระ - ทาเคฟูสะ คูโบะ, จุนยะ อิโตะ - โคกิ โองาวะ
ทรรศนะ
แม้ญี่ปุ่นจะขาด วาตารุ เอ็นโด ที่ต้องถอนตัวเข้ามาในช่วงโค้งสุดท้ายเนื่องจากอาการบาดเจ็บซ้ำซ้อน แต่การเตรียมทีมของ ฮาจิเมะ โมริยาสุ จัดว่าวางแผนมาเป็นอย่างดี ซึ่งทีมชุดนี้จะเน้นไปที่ ทีมเวิร์กและการเคลื่อนที่ทดแทนกันได้อย่างยอดเยี่ยม แนวรุกที่มี ทาเคฟูสะ คูโบะ และ จุนยะ อิโตะ มีความจัดจ้านและมีความเร็วในการเปลี่ยนจังหวะจากรับเป็นรุก ซึ่งน่าจะสร้างความปั่นป่วนให้แนวรับ ฮอลแลนด์ ได้ตลอดทั้งเกม ผิดกับทาง ฮอลแลนด์ มีจุดเปราะบางในตำแหน่งผู้รักษาประตูที่ต้องใช้ มาร์ค เฟล็คเค่น ลงขัดตาทัพแทนมือหนึ่งที่เจ็บ ประกอบกับเกมรุกของทีมชุดนี้ดูไม่ได้น่ากลัวซักเท่าไหร่ในแง่ของจังหวะจบสกอร์พื้นที่สุดท้าย จากเหลี่ยมลุ้นมองว่าลุ้นเหนื่อยไปขอสู้เสี่ยงวัดมวยรองอย่าง ญี่ปุ่น จะดีกว่า
ทีเด็ดบอล : รอง ญี่ปุ่น 0.5
ฟันธง : ญี่ปุ่น เสมอ 1-1 (วางสกอร์ต่ำ 2.5)
อัตราความมั่นใจ : 8/10

เทพเฮง เล็งทีเด็ดบอล
"ฟลายอิ้งค์ดัตช์แมน" ส่งท้ายเกมอุ่นเครื่อง ด้วยการเฉือนชนะ แข้งอุซเบกิสถาน 2-1 ทำให้ผลงานรวมจากการลองทีม 4 แมตช์ในปีนี้ จบชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 1 โดยจุดที่ยังเป็นปัญหาคือ แผงหลังของทีมชาติฮอลแลนด์ยังเสียประตูทุกนัด เตรียมประเดิมศึกเวิลด์ คัพ 2026 เจอกับ "ซามูไรบลูส์" ซึ่งทุกอย่างดูลงตัวไปหมด ภายหลังที่กวาดชัย 5 แมตช์ซ้อน แถมเป็นการเหมาปราบคู่แข่งแบบเก็บคลีนชีต 100% เพราะเกมรับไม่เสียประตูเลย ขนาดว่ามีนัดเยือน ทีมชาติอังกฤษและเป็นทีมแดนปลาดิบบุกคว้าชัย 1-0 ที่สำคัญก่อนหน้านั้นเคยปราบทีมชาติบราซิลมาด้วย 3-2 เห็นทรงแล้วใครดวลแข้งญี่ปุ่นพร้อมแต้มต่อ ขอสวนรองให้หมด
ทีเด็ดบอล : "รอง แข้งซามูไรบลูส์ ครึ่งลูก ลบห้า"
ระดับความมั่นใจ : 90%
ผลบอลที่คาด : ทีมชาติฮอลแลนด์ 1-1 ทีมชาติญี่ปุ่น
ฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย แบ่งกลุ่ม นัดแรก
ทีมชาติฮอลแลนด์ -vs- ทีมชาติญี่ปุ่น
เวลา : 03.00 น.
สนาม : เอที แอนด์ ที สเตเดี้ยม
ราคาบอล : ทีมชาติฮอลแลนด์ ต่อ ครึ่งลูก ลบห้า
ฟอร์ม 5 นัดที่ผ่านมา
ทีมชาติฮอลแลนด์
09/06/2569 ชนะ ทีมชาติอุซเบกิสถาน 2-1 (กลาง) กระชับมิตร
04/06/2569 แพ้ ทีมชาติแอลจีเรีย 0-1 (เหย้า) กระชับมิตร
01/04/2569 เสมอ ทีมชาติเอกวาดอร์ 1-1 (เหย้า) กระชับมิตร
28/03/2569 ชนะ ทีมชาตินอร์เวย์ 2-1 (เหย้า) กระชับมิตร
18/11/2568 ชนะ ทีมชาติลิธัวเนีย 4-0 (เหย้า) คัดบอลโลก
ทีมชาติญี่ปุ่น
31/05/2569 ชนะ ทีมชาติไอซ์แลนด์ 1-0 (เหย้า) กระชับมิตร
01/04/2569 ชนะ ทีมชาติอังกฤษ 1-0 (เยือน) กระชับมิตร
29/03/2569 ชนะ ทีมชาติสกอตแลนด์ 1-0 (เยือน) กระชับมิตร
18/11/2568 ชนะ ทีมชาติโบลิเวีย 3-0 (เหย้า) กิริน คัพ
14/11/2568 ชนะ ทีมชาติกาน่า 2-0 (เหย้า) กิริน คัพ
พรีวิวบอล สภาพความพร้อมของ 2 ทีม
ทีมชาติฮอลแลนด์
โรนัลด์ คูมัน บอสใหญ่ "อัศวินสีส้ม" ต้องส่ง เยอร์เรี่ยน ทิมเบอร์ แนวรับ อาร์เซน่อล กลับบ้านอย่างน่าเสียดาย เพราะรอลุ้นความพร้อม แต่สุดท้ายฟื้นฟูไม่ทัน นอกจากนั้นต้องทดสอบความฟิตของ บาร์ท แฟร์บรู้กเก้น ผู้รักษาประตูมือ 1 หากไม่ไหวจะเป็น มาร์ค เฟล็คเค่น เฝ้าเสาแทน ส่วนตำแหน่งอื่น ๆ ในแผน 4-2-3-1 คาดว่า มิคกี้ ฟาน เดอ เฟ่น ที่ปกติเล่นเซนเตอร์แบ็กให้ สเปอร์ส อาจต้องขยับออกมายืนแบ็กซ้าย ส่วนแดนกลางฝากไว้กับ เฟรงกี้ เดอ ยอง มิดฟิลด์ บาร์เซโลน่า คอยแจกบอลให้ 3 ประสานแนวรุกที่มี เมมฟิส เดอปาย เจ้าของผลงาน 55 ประตูให้ทีมบ้านเกิด ขนาบข้างด้วย คริสเซนซิโอ้ ซัมเมอร์วิลล์และ โคดี้ กัคโป
รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริง (ตามคาด)
ทีมชาติฮอลแลนด์ (4-2-3-1)
ผู้รักษาประตู - บาร์ท แฟร์บรู้กเก้น
กองหลัง - เดนเซล ดัมฟรี่ส์, เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แยน ฟาน เฮ็คเก้, มิคกี้ ฟาน เดอ เฟ่น
กองกลาง - ไรอัน กราเฟ่นเบิร์ช, เฟรงกี้ เดอ ยอง, ติยานี่ ไรจ์นเดอร์ส
กองหน้า - คริสเซนซิโอ้ ซัมเมอร์วิลล์, เมมฟิส เดอปาย, โคดี้ กัคโป
ทีมชาติญี่ปุ่น
ฮาจิเมะ โมริยาสุ เฮ้ดโค้ช "ซามูไรบลูส์" ขาด 2 แข้งดังที่ค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทั้ง คาโอรุ มิโตมะ ปีกเชิงสูงและ วาตารุ เอนโดะ กัปตันทีมที่ถือโอกาสนี่ประกาศเลิกเล่นทีมชาติ เพราะฟื้นฟูอาการเท้าเดี้ยงไม่ทัน สำหรับแผนดวลยกแรกใน เวิลด์ คัพ 2026 กับแข้งดัตช์ คาดว่าใช้ 3-4-2-1 ตรงกลางเป็น ไดอิชิ คามาดะ มิดฟิลด์ คริสตัล พาเลซกับ โอ ทานากะ คอยสนับสนุนนักเตะโซนรุกอย่าง จุนยะ อิโตะกับ ทาเคฟุสะ คุโบะ โดยมี อายาเสะ อูเอดะ จอมถล่มประตูจาก เฟเยนูร์ด ยืนหน้าเป้ากับผลงาน 16 ลูกในการเล่นให้ทีมบ้านเกิด 39 เกม
รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริง (ตามคาด)
ทีมชาติญี่ปุ่น (3-4-2-1)
ผู้รักษาประตู - ไซออน ซูซูกิ
กองหลัง - โชโกะ ทานิกูชิ, สึโยชิ วาตานะเบะ, ฮิโรกิ อิโตะ
กองกลาง - รึตสึ โดอัน, ไดอิชิ คามาดะ, โอ ทานากะ, ไคโตะ นากามูระ
- จุนยะ อิโตะ, ทาเคฟุสะ คุโบะ
กองหน้า - อายาเสะ อูเอดะ

เนเธอร์แลนด์ส
โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์ เนเธอร์แลนด์ส รอวแชมป์โลก 3 สมัย แก้ตัวจากที่แพ้ แอลจีเรีย 0-1 ก่อนหน้านี้ด้วยการเอาชนะ อุซเบกิสถาน 2-1 ก่อนเปิดศึก เวิลด์ คัพ
ความพร้อมเกมนี้ต้องเช็กฟิตของ บาร์ท แฟร์บรุกเก้น นายทวารมือหนึ่งที่เจ็บสะโพก หากไม่ไหว มาร์ค เฟล็คเค่น จะได้ลงทำหน้าที่แทน ขณะที่ เยอร์ดี้ ชูเท่น สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์
เดนเซล ดุมฟรีส์, ยาน ปอล ฟาน เอ็คเค่, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ และ มิคกี้ ฟาน เดอ เฟน จะคุมเกมรับ มิดฟิลด์ เฟรงกี้ เดอ ย็อง จับคู่กับ ไรอัน กราเฟนแบร์ค โดยมี ครีเซนซีโอ ซัมเมอร์วิลล์, ทิจจานี่ ไรน์เดอร์ส และ โคดี้ กัคโป ปั้นเกมรุกหลัง เมมฟิส เดอปาย ที่ยืนหน้าเป้า
ญี่ปุ่น
ฮาจิเมะ โมริยาสึ กุนซือญี่ปุ่น พักยาวมาร่วม 2 สัปดาห์ หลังเอาชนะ ไอซ์แลนด์ 1-0 ที่ โตเกียว ตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม
ทีมเสีย วาตารุ เอ็นโด กัปตันทีมที่เจ็บถอนตัวจากทีมและประกาศอำลาทีมชาติไปเรียบร้อย เช่นเดียวกับ คาโอรุ มิโตมะ เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่งที่เจ็บถอนตัวไปเหมือนกัน แต่ทีมเรียก ยูโตะ นางาโตโมะ แบ็กตัวเก๋าวัย 39 ปี ที่เป็นนักเตะเอเชียคนแรกที่ติดทีมลุยฟุตบอลโลกถึง 5 สมัย
เกมนี้จะมี ไซออน ซูซูกิ เฝ้าเสา กองหลัง ชิโกะ ทานิกูชิ, สึโยชิ วาตานาเบ้ และ ฮิโรกิ อิโตะ ยืนสามประสาน มิดฟิลด์เป็น ริตสึ โดอัน, ไดจิ คามาดะ, อาโอ ทานากะ และ เคอิโตะ นากามูระ ทำหน้าที่ แนวรุก จุนยะ อิโตะ ประสานงานกับ ทาเกฟุสะ คุโบะ โดยมี อายาเสะ อูเอดะ ยืนหน้าเป้า
11 ผู้เล่นตามคาด
เนเธอร์แลนด์ส (4-2-3-1) : บาร์ท แฟร์บรุกเก้น - เดนเซล ดุมฟรีส์, ยาน ปอล ฟาน เอ็คเค่, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, มิคกี้ ฟาน เดอ เฟน - เฟรงกี้ เดอ ย็อง, ไรอัน กราเฟนแบร์ค - ครีเซนซีโอ ซัมเมอร์วิลล์, ทิจจานี่ ไรน์เดอร์ส, โคดี้ กัคโป - เมมฟิส เดอปาย
ญี่ปุ่น (3-4-2-1) : ไซออน ซูซูกิ - ชิโกะ ทานิกูชิ, สึโยชิ วาตานาเบ้, ฮิโรกิ อิโตะ - ริตสึ โดอัน, ไดจิ คามาดะ, อาโอ ทานากะ, เคอิโตะ นากามูระ - จุนยะ อิโตะ, ทาเกฟุสะ คุโบะ - อายาเสะ อูเอดะ
สนาม : เอที แอนด์ ที สเตเดี้ยม
ผู้ตัดสิน : อิสมาอิล เอลฟาธ (สหรัฐฯ)
| ผลงาน เนเธอร์แลนด์ส 5 นัดล่าสุด | |||||
|---|---|---|---|---|---|
| 09/06/2026 | เนเธอร์แลนด์ | 2 : 1 | อุซเบกิสถาน | ||
| 04/06/2026 | เนเธอร์แลนด์ | 0 : 1 | แอลจีเรีย | ||
| 01/04/2026 | เนเธอร์แลนด์ | 1 : 1 | เอกวาดอร์ | ||
| 28/03/2026 | เนเธอร์แลนด์ | 2 : 1 | นอร์เวย์ | ||
| 18/11/2025 | เนเธอร์แลนด์ | 4 : 0 | ลิทัวเนีย | ||
| ผลงาน ญี่ปุ่น 5 นัดล่าสุด | |||||
|---|---|---|---|---|---|
| 31/05/2026 | ญี่ปุ่น | 1 : 0 | ไอซ์แลนด์ | ||
| 01/04/2026 | อังกฤษ | 0 : 1 | ญี่ปุ่น | ||
| 29/03/2026 | สก๊อตแลนด์ | 0 : 1 | ญี่ปุ่น | ||
| 18/11/2025 | ญี่ปุ่น | 3 : 0 | โบลิเวีย | ||
| 14/11/2025 | ญี่ปุ่น | 2 : 0 | กานา | ||
| สถิติการพบกัน เนเธอร์แลนด์ส - ญี่ปุ่น | |||||
|---|---|---|---|---|---|
| 16/11/2013 | เนเธอร์แลนด์ | 2 : 2 | ญี่ปุ่น | ||
| 19/06/2010 | เนเธอร์แลนด์ | 1 : 0 | ญี่ปุ่น | ||
| 05/09/2009 | เนเธอร์แลนด์ | 3 : 0 | ญี่ปุ่น | ||
ความน่าจะเป็นของเกม
เนเธอร์แลนด์ส ชุดนี้ไม่ได้มีสตาร์ที่โดดเด่นเป็นตัวความหวังได้มากมายอะไร แม้แต่ละคนจะเล่นกับสโมสรดัง ส่วนฝั่ง ญี่ปุ่น แกนหลักแทบจะค้าแข้งในยุโรปทั้งสิ้น สรีระทางร่างกายอาจจะสู้ไม่ได้แต่พวกเขาก็มีทีเด็ด ตัวสำรองก็ไม่ธรรมดาด้วย เกมนี้ลุ้นเก็บผลเสมอได้
ผลที่คาด
เนเธอร์แลนด์ส เสมอ ญี่ปุ่น 1-1

วิเคราะห์บอลวันนี้ ทีเด็ด ฟีฟ่า ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม F
เนเธอร์แลนด์ VS ญี่ปุ่น
15 มิถุนายน 2569
เวลาแข่งขัน : 03.00 น
ราคาบอล : เนเธอร์แลนด์ ต่อ 0.5
สนามแข่ง : AT&T Stadium (สนามกลาง)
สถิติการพบกัน

ผลงาน 10 นัดหลังสุดของทีม เนเธอร์แลนด์

ผลงาน 10 นัดหลังสุดของทีม ญี่ปุ่น

ทรรศนะฟุตบอล ก่อนเกมส์

ฟุตบอลโลก 2026 เกมในกลุ่ม F แข่งขันกันที่สนามกลาง AT&T Stadium สหรัฐอเมริกา โดย เนเธอร์แลนด์ ของกุนซือ โรนัลด์ คูมัน แม้จะดูแข็งแกร่งและน่าเกรงขามเสมอบนหน้ากระดาษ โดยเฉพาะแผงหลังระดับโลกที่นำโดย เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค และ มิคกี้ ฟาน เดอ เฟน ทว่าฟอร์มโดยรวมในช่วงหลังกลับดูดร็อปลงไปอย่างน่าใจหาย พวกเขาสะดุดไม่ชนะใครถึง 3 จาก 5 เกมหลังสุด ยิ่งไปกว่านั้น ทัพอัศวินสีส้มยังต้องเจอข่าวร้ายก่อนทัวร์นาเมนต์เริ่มเมื่อ ยูร์เรียน ทิมเบอร์ กองหลังตัวเก่งได้รับบาดเจ็บที่ขาหนีบจนต้องถอนตัวออกไป จุดเปราะบางสำคัญในทีมของคูมันชุดนี้คือการขาดมิดฟิลด์ระดับ ที่จะคอยขับเคลื่อนเกม และแนวรุกที่ดูเหมือนจะขาดความเฉียบขาดในเกมระดับสูง ทางฝั่ง ญี่ปุ่น ของกุนซือ ฮาจิเมะ โมริยาสุ เดินทางข้ามทวีปมายังสหรัฐอเมริกาด้วยฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงและสมบูรณ์แบบสุดขีด หลังสร้างผลงานอันน่าทึ่งด้วยการเก็บชัยชนะมา 6 นัดติดต่อกัน ซึ่งรวมถึงการล้มยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง บราซิล 3-2 และล่าสุดบุกไปเผาเครื่อง อังกฤษ 1-0 ถึงถิ่นเวมบลีย์ ภายใต้ระบบ 3-4-3 ที่ฝังลึกอยู่ในดีเอ็นเอของนักเตะ จุดเด่นที่สุดในชั่วโมงนี้คือวินัยเกมรับระดับมาสเตอร์พีซ โดย ไซออน ซูซูกิ นายทวารมือกาวพาขุนพลซามูไรเก็บคลีนชีตมาแล้วถึง 5 นัดติดต่อกัน แม้ว่าทีมชุดนี้จะขาดแนวรุกตัวเก่งอย่าง คาโอรุ มิโตมะ และ ทาคุมิ มินามิโนะ ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่เมื่อดูจากทีมเวิร์กและความลงตัวของขุมกำลังพลังหนุ่มในปัจจุบัน ดูแล้วเกมนี้ เมื่อพิจารณาจากสถิติที่ เนเธอร์แลนด์ มักจะปืนฝืดและฟอร์มฝืดในระยะหลัง ประกอบกับระบบทีมเวิร์กและความมั่นใจเต็มถังของ ญี่ปุ่น ที่เพิ่งปราบทีมใหญ่ของโลกมาติดต่อกัน มีความเป็นไปได้สูงที่ทัพ ญี่ปุ่น จะสามารถต่อกรได้อย่างไม่เป็นรอง และชิงจังหวะแบ่งแต้มไปได้ในท้ายที่สุด
ทีเด็ด ฟันธง : ญี่ปุ่น
ผลบอล สกอร์ที่คาด : 0-0/1-1


สนามแข่ง

สถิติการพบกัน

สถิติ 10 นัดหลังสุดของ เจ้าบ้าน


สถิติ 10 นัดหลังสุดของ ทีมเยือน


ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม F นัดแรก
ทีม / [อันดับ] / (ราคา) : [8]เนเธอร์แลนด์(N) (-0.5) ญี่ปุ่น[18]
ทรรศนะในเกมนี้
เนเธอร์แลนด์ ผลงานโดยภาพรวมในช่วงอุ่นเครื่องที่ผ่านมาถือว่ายังทำได้ไม่ถึงกับนิ่งนัก โดยเกมนัดล่าสุดเฉือนเอาชนะ อุซเบกิสถาน มาได้ 2-1 แต่ก่อนหน้านั้นก็มีหลุดแพ้ แอลจีเรีย 0-1 และเสมอ เอกวาดอร์ 1-1 ทรงบอลโดยรวมดูแล้วยังต้องปรับจูนความเฉียบคมอีกพอสมควร ขณะที่คู่แข่งอย่าง ญี่ปุ่น ผลงานโดยภาพรวมในช่วงที่ผ่านมาต้องบอกว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยมและร้อนแรงเหลือเกิน เกมนัดล่าสุดเอาชนะ ไอซ์แลนด์ 1-0 และหากย้อนดูสถิติช่วงหลังพวกเขาก็กวาดชัยชนะมาได้หลายนัดติดต่อกัน แถมยังโชว์ฟอร์มเด่นบุกไปล้มทีมแกร่งอย่าง อังกฤษ และ สกอตแลนด์ มาได้ด้วยสกอร์ 0-1 ทั้งสองนัด ทรงบอลและระบบทีมเวิร์กในเวลานี้กำลังมั่นใจสุดขีด และเกมนี้เป็นการประเดิมสนามนัดแรกในกลุ่ม F แข่งขันกันที่สนามกลางในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งหากเทียบกันดูจากในเรื่องของ ชื่อชั้น และ ศักยภาพทีมภาพรวม ของทั้งสองทีมนี้กันดูแล้ว แม้ว่า เนเธอร์แลนด์ จะดูเหนือกว่าด้วยชื่อชั้นและเกรดบอล แต่ทว่าหากวัดกันที่ความลงตัวและฟอร์มการเล่นในเวลานี้ มองว่าทัพขุนพลซามูไรบลู ญี่ปุ่น ดูมีความสม่ำเสมอและมีวินัยในการเล่นที่แน่นอนกว่า เยอะพอสมควร เรทราคาเปิดมาให้เนเธอร์แลนด์เป็นฝ่ายต่ออยู่ครึ่งลูก ทำให้เชื่อว่าโอกาสที่ ญี่ปุ่น จะอาศัยระบบทีมเวิร์กที่ยอดเยี่ยม วางแผนมาเล่นอย่างรัดกุม คุมจังหวะเกมได้ดี และน่าจะยันเสมอแบ่งแต้มไปได้ในเกมนัดเปิดสนามนี้ มองว่ามีความเป็นไปได้ที่สูงกว่า เกมนี้เห็นควรว่าเลือกเชียร์ ญี่ปุ่น เหมาะสมกว่า
เลือกเชียร์ – ญี่ปุ่น ,,มาตรฐานทีมและอันดับฟีฟ่าแร้งกิ้งถือว่าไม่ได้ห่างกันมากจนเกินไป ยิ่งถ้าเทียบกันดูจากฟอร์มการเล่นในช่วงหลัง มองว่า ญี่ปุ่น ที่เก็บชัยชนะมาได้อย่างต่อเนื่องและระบบทีมกำลังลงตัวสุดๆ ดูดีกว่า เนเธอร์แลนด์ ที่ทรงบอลช่วงหลังยังดูฝืดๆ และขาดความแน่นอนไปพอสมควร เชื่อว่าเกมนัดแรกของกลุ่มแบบนี้ ญี่ปุ่น มีดีพอที่จะวางหมากมาสู้ได้อย่างเหนียวแน่นและยันเสมอแบ่งแต้มได้แน่นอน
-

ฮอลแลนด์ ทำสถิติ 5 นัดล่าสุดที่ลงเตะไว้ที่ "ชนะ 3 เสมอ 1 เเพ้ 1" ส่วนทาง ญี่ปุ่น ทำผลงาน 5 เกมเท่ากันอยู่ที่ "ชนะรวด" ถึงเเม้ว่า "อัศวินสีส้ม" จะดู "ชื่อชั้น" เหนือกว่า เเต่ "ซามูไร บลูส์" ในชั่วโมงนี้ "เอาอยู่" ชัวร์ๆ -
ฟันธง : รอง ญี่ปุ่น ลุ้น ราคา : ฮอลแลนด์ ต่อ ครึ่งลูก ลบห้า
-
สกอร์ที่คาด : ญี่ปุ่น เสมอ 0-0

การแข่งขัน : [ บอลโลก 2026 ] เนเธอร์แลนด์ VS ญี่ปุ่น
เวลาแข่ง : วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2569 เวลา 03:00 น. MONOMAX
เรทเปิด : เนเธอร์แลนด์ ต่อ 0.5
สนามแข่ง

อันดับตารางคะแนน

พบกันหลังสุดรวมทุกรายการ
INTERF 16/11/13 เนเธอร์แลนด์(N) 2-2 ญี่ปุ่น
WORLD CUP 19/06/10 เนเธอร์แลนด์(N) 1-0 ญี่ปุ่น
INTERF 05/09/09 เนเธอร์แลนด์ 3-0 ญี่ปุ่น
ผลงานโดยรวมของเจ้าเนเธอร์แลนด์
NTERF 09/06/26 เนเธอร์แลนด์(N) 2-1 อุสเบกิสทาน
INTERF 04/06/26 เนเธอร์แลนด์ 0-1 แอลจีเรีย
INTERF 01/04/26 เนเธอร์แลนด์ 1-1 เอกวาดอร์
INTERF 28/03/26 เนเธอร์แลนด์ 2-1 นอร์เวย์
WCPEU 18/11/25 เนเธอร์แลนด์ 4-0 ลิธัวเนีย
WCPEU 15/11/25 โปแลนด์ 1-1 เนเธอร์แลนด์
WCPEU 12/10/25 เนเธอร์แลนด์ 4-0 ฟินแลนด์
WCPEU 10/10/25 มอลตา 0-4 เนเธอร์แลนด์
WCPEU 07/09/25 ลิธัวเนีย 2-3 เนเธอร์แลนด์
WCPEU 05/09/25 เนเธอร์แลนด์ 1-1 โปแลนด์
บรรยากาศ แมทซ์ก่อนหน้านี้ของเจ้าบ้าน ( เนเธอร์แลนด์(N) 2-1 อุสเบกิสทาน)

ผลงานโดยรวมของทีมญี่ปุ่น
INTERF 31/05/26 ญี่ปุ่น 1-0 ไอซ์แลนด์
INTERF 01/04/26 อังกฤษ 0-1 ญี่ปุ่น
INTERF 29/03/26 สกอตแลนด์ 0-1 ญี่ปุ่น
KC Cup 18/11/25 ญี่ปุ่น 3-0 โบลิเวีย
KC Cup 14/11/25 ญี่ปุ่น 2-0 กานา
KC Cup 14/10/25 ญี่ปุ่น 3-2 บราซิล
KC Cup 10/10/25 ญี่ปุ่น 2-2 ปารากวัย
INTERF 10/09/25 สหรัฐอเมริกา 2-0 ญี่ปุ่น
INTERF 07/09/25 เม็กซิโก(N) 0-0 ญี่ปุ่น
EASTC 15/07/25 เกาหลีใต้ 0-1 ญี่ปุ่น
บรรยากาศ แมทซ์ก่อนหน้านี้ของทีมเยือน ( ญี่ปุ่น 1-0 ไอซ์แลนด์)

ความน่าจะเป็น :
คู่นี้ล่าสุดเพิ่งชนะเหมือนกัน ทางอัศวิน สีส้ม เนเธอร์แลนด์ มีดีที่ลูกตั้งแตะ กับลูกกลางอากาศ ที่มีโอกาสเป็นประตูได้สูงจาก เวอร์จิน ฟานไดร์กกับ4เกม รายการกระชับมิตรอย่างเดียว แพ้แค่เกมเดียว เกมนี้เล่นสนามกลาง ยังไม่แน่ งานหินอยู่แล้ว โอกาสบชนะมีมากกว่า ได้เปรียบรูปร่าง และความพร้อม นักเตะเล่นในลีกใหญ่ๆแทบทั้งนั้น
ฝั่งทาง ญี่ปุ่น นักเตะแดนปลาดิบ นักเตะเล่นในลีกใหญ่ๆ ในยุโรป เกือบเต็มทีม สไตล์วิ่งสู้ฟัด ไม่มียอดแพ้ง่าย ถ้ากรรมการไม่เป่าหมดเวลา กับ ผลงานที่ผ่านมา 6เกมหลัง ชนะทั้งหมด เสียแค่ประตูเดียว ที่ชนะบราซิล 3-2 มองแล้ว ญี่ปุ่นชุดนี้ไม่ธรรมดา แม้ว่าจะใช้โค้ชในประเทศ แต่เล่นกันได้ดี มีลุ้นแบ่งแต้มในเกมแรก
ผลการแข่งขันที่คาด : ญี่ปุ่น ฟอร์มดี มีลุ้นแบ่งแต้ม สกอร์ 1-1
เรทเปิด : เนเธอร์แลนด์ ต่อ 0.5
ความมั่นใจ : 7/10

