
โชว์โหดเหี้ยมต่อเนื่อง! "เลวาเดีย ทัลลินน์" เตรียมเปิดรังจัดทัพใหญ่ต้อนรับ "แกลร์นาร์ฟอน" ปิดกล่องตีตั๋วเข้ารอบถ้วยยุโรป
ยูฟ่า ยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ ลีก 2026-27 | เลวาเดีย ทัลลินน์ VS แกลร์นาร์ฟอน | รอบคัดเลือก (นัดที่สอง) | วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2026
พรีวิว
ศึกฟุตบอล ยูฟ่า ยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ ลีก รอบคัดเลือก รอบแรก นัดที่สอง เป็นเกมลงสนามนัดชี้ชะตาชิ้นสำคัญระหว่าง เลวาเดีย ทัลลินน์ สโมสรจากเอสโตเนีย เปิดรังเหย้าต้อนรับการมาเยือนของ แกลร์นาร์ฟอน ทีมแกร่งจากเวลส์ โดยสถานการณ์ปัจจุบันทัพนักเตะจากเอสโตเนียกุมความได้เปรียบเอาไว้ได้อย่างท่วมท้นมหาศาล หลังจากแมตช์แรกบุกไปโชว์ฟอร์มโหดเหี้ยมถล่มเอาชนะมาได้ก่อนถึง 5-0 ทำให้เกมนัดตัดสินนี้ผู้มาเยือนตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างยิ่งและต้องเจอภารกิจที่แทบเป็นไปไม่ได้ในการพลิกสถานการณ์คว้าตั๋วเข้ารอบถัดไป
แมตซ์ พรีวิว
เลวาเดีย ทัลลินน์
ทัพนักเตะ เลวาเดีย ทัลลินน์ ทำผลงานเลกแรกได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติด้วยชัยชนะถล่มทลาย 5-0 จากการเรียงหน้าพังประตูของ ราสมุส พีทสัน ในนาทีที่ 15, โจอาว เปโดร ช่วงก่อนหมดครึ่งแรก จากนั้นเริ่มต้นครึ่งหลังเพียงอึดใจเดียวก็มาได้สองประตูรวดจาก มาร์ค โอลิเวอร์ โรสนุพ นาทีที่ 46 และ มิคเคล ไอน์ซาลู นาทีที่ 47 ก่อนที่ อีน็อค โอตู จะมาซัดประตูปิดกล่องในนาทีที่ 78 เกมดังกล่าวพวกเขาสร้างโอกาสส่องประตูได้ถึง 15 ต่อ 4 ครั้ง ยิงตรงกรอบ 9 ต่อ 2 ครั้ง ครองบอลเหนือกว่าที่ 56% และเปิดเกมรุกอันตรายได้ถึง 59 ต่อ 48 ครั้ง สถิติภาพรวมทุกรายการร้อนแรงมากเก็บชัยชนะได้ถึง 65% จาก 40 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ พังประตูเฉลี่ยสูงถึง 2.53 ลูกและเสียเพียง 1.08 ประตูต่อเกม ยิ่งไปกว่านั้นผลงานการเล่นในบ้านยังแข็งแกร่งมากโดยคว้าชัยชนะได้ถึง 68% จาก 40 เกมเหย้าหลังสุด ยิงประตูเฉลี่ยในถิ่น 2.55 ลูกและเสียเพียง 0.83 ประตูต่อเกม พร้อมสถิติเก็บคลีนชีตในรังได้ถึง 43% และไม่แพ้ใครถึง 12 จาก 15 เกมเหย้าหลังสุดรวมทุกรายการ แถมมีสถิติชนะคู่แข่งห่าง 2 ประตูขึ้นไปถึง 50% จาก 20 นัดหลังสุดอีกด้วย แม้ว่าผลงานเกมเหย้าเฉพาะในรายการนี้ช่วงหลังจะมีสถิติพ่ายแพ้ไปถึง 50% จาก 8 นัดหลังสุด ทว่าผลงานภาพรวม 6 นัดหลังสุดในถ้วยยุโรปยังคงเก็บชัยชนะได้ถึง 3 เกม พังประตูเฉลี่ย 1.67 ลูกต่อเกม ทำให้เกมนี้พวกเขาลงเล่นด้วยความมั่นใจ
แกลร์นาร์ฟอน
ทางฝั่งสโมสรเยือนภายใต้การจัดทัพของ ริชาร์ด โอเวน เดวิส ต้องเจอกับฝันร้ายในเกมนัดแรกหลังแนวรับโดนลงโทษอย่างเจ็บแสบ ทว่าสถิติภาพรวมทุกรายการของพวกเขายังพอมีมุมบวกโดยเก็บชัยชนะได้ 50% จาก 10 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ พังประตูเฉลี่ย 1.6 ลูกและเสีย 1.8 ประตูต่อเกม ส่วนสถิติการเล่นเกมนอกบ้านระยะหลังถือว่าทำได้ดีพึ่งพาได้ โดยจาก 7 เกมเยือนหลังสุดรวมทุกรายการ สามารถเก็บคลีนชีตได้ถึง 43% เสียประตูเฉลี่ยเพียง 0.86 ลูกต่อเกม และจาก 8 เกมเยือนหลังสุดสามารถเก็บชัยชนะกลับออกมาได้ถึง 4 นัด พังประตูได้เฉลี่ย 1.5 ลูกและเสียประตูเพียง 1 ลูกต่อเกม ซึ่งเป็นระบบเกมรับส่วนลึกที่พวกเขาจะนำมาปรับใช้เพื่อความเหนียวแน่นในเกมนี้ อย่างไรก็ดี สถิติภาพรวมของพวกเขายังมีความผันผวนสูงหลังมีเปอร์เซ็นต์ปราชัยห่างตั้งแต่ 2 ประตูขึ้นไปถึง 43% จาก 7 นัดหลังสุดในทุกรายการ ทำให้เกมนี้พวกเขาต้องพยายามบีบพื้นที่ว่างระหว่างแดนกลางและแดนหลังให้กระชับขึ้นเพื่อป้องกันการโดนเจาะตาข่ายเหมือนเกมแรก
สภาพความพร้อมของทีม
เลวาเดีย ทัลลินน์
สภาพทีมของเจ้าบ้านภายใต้การจัดทัพของ วยัตเชสลาฟ ซาโฮไวโก้ ถือว่าสมบูรณ์เต็มร้อยเนื่องจากไม่มีรายงานผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบนรบกวนเลยแม้แต่รายเดียว ยิ่งไปกว่านั้นในตลาดซื้อขายนักเตะที่ผ่านมาขุมกำลังยังได้รับการยกระดับความลึกอย่างน่าสนใจ นำโดย บูบาการ์ ตัมเบดู ที่ย้ายมาจาก ดินาโม บาตูมี่ และ เออร์เนสต์ อักยิรี่ กองหน้าตัวเก่งที่ย้ายมาร่วมทีมในรูปแบบสัญญายืมตัวจาก แรนเดอร์ส เอฟซี ส่วนแผงแนวรับได้ คาอัว ดาวิ เข้ามาเติมความแน่นหนาเพื่อชดเชยการย้ายออกไปของ ไฮตอร์ แบ็กขวาตัวเก่งที่ย้ายไป ยอร์ อีทีโอ ด้วยค่าตัว 150,000 และได้ อาร์ตูร์ โคเตนโก้ ผู้รักษาประตูจอมเก๋าเข้ามาเสริมทัพ โดยขุมกำลังหลักอย่าง ราสมุส พีทสัน, มาร์ค โอลิเวอร์ โรสนุพ และ มิคเคล ไอน์ซาลู พร้อมลงสนามประสานงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
แกลร์นาร์ฟอน
ด้านสภาพความพร้อมของทีมเยือนจะหมดสิทธิ์ใช้งาน ออฟรานเด ซันซาลา กองหน้าตัวเก่งที่มีอาการบาดเจ็บรุนแรงตรงบริเวณหัวเข่ารบกวนจนพลาดการลงสนามช่วยทีม ทว่าในตลาดซื้อขายช่วงที่ผ่านมาพวกเขาได้ดึงผู้เล่นเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งหลายราย แผงแนวรับได้ ไคล์ แฮร์ริสัน, เบน แนช และ คริส แมริออตต์ เข้ามาคุมแผงแนวหลัง แดนกลางได้ โนอาห์ เอ็ดเวิร์ดส์ เข้ามาช่วยขับเคลื่อนเกม ส่วนแนวรุกพร้อมใช้งาน อาเดรียน ซีสเลวิคซ์ ประสานงานร่วมกับ แซ็ค คลาร์ก ที่ย้ายมาร่วมทีมในรูปแบบยืมตัว เพื่อทดแทนการย้ายออกไปของ แบรด ยัง ดาวยิงตัวเก่งที่ย้ายไปอยู่กับ เดอะ นิว เซนต์ส
วิเคราะห์คาดการณ์
เกมนี้คาดว่าจะเป็นทางฝั่ง เลวาเดีย ทัลลินน์ ที่เป็นฝ่ายครอบครองพื้นที่และครองบอลคุมจังหวะของเกมเอาไว้ได้ทั้งหมดเหมือนเกมนัดแรก เนื่องจากพวกเขามีมาตรฐานฟุตบอลและศักยภาพของขุมกำลังที่เหนือกว่าคู่แข่งหลายขุม อีกทั้งสถิติการเล่นในบ้านภาพรวมในลีคแข็งแกร่งและดุดันมากพังประตูถล่มทลายเฉลี่ย 2.55 ลูกต่อเกม แผงแดนกลางขุมกำลังชุดใหม่มีความพร้อมและหลากหลายกว่าในการเข้าทำ สวนทางกับ แกลร์นาร์ฟอน ที่กำลังเสียความมั่นใจอย่างหนักจากสกอร์ตามหลังถึง 5 ประตู แม้ว่าสถิติเกมนอกบ้านระยะหลังจะเสียประตูน้อยเฉลี่ยไม่ถึงหนึ่งลูก ทว่าการขาดหายไปของกองหน้าตัวเก่งบวกกับระบบทีมเวิร์คในแผงแนวรับชุดใหม่ที่ยังไม่ลงตัว ยามที่ต้องมาโดนเจ้าถิ่นเปิดโปรแกรมเกมบุกโหมกดดันเข้าใส่ยาวนาน จะทำให้ทีมเยือนเกิดความผิดพลาดได้ง่าย เชื่อว่าเกมนี้เจ้าบ้านจะอาศัยความเฉียบคมของแนวรุกบดเอาชนะและย้ำแค้นผ่านเข้ารอบสองไปได้อย่างสบายเท้า
คาดการณ์สกอร์ : เลวาเดีย ทัลลินน์ 3-0 แกลร์นาร์ฟอน
ข้อมูลที่น่าสนใจ
เลวาเดีย ทัลลินน์ ชนะ : เนื่องจากเจ้าบ้านมีมาตรฐานฟุตบอลที่เหนือกว่าชัดเจนพิสูจน์ให้เห็นแล้วจากการถล่มชนะมาได้ก่อนถึง 5-0 และมีสถิติการเล่นในบ้านที่แข็งแกร่งคว้าชัยชนะได้ถึง 68% จาก 40 เกมเหย้าหลังสุดรวมทุกรายการ ขณะที่ทีมเยือนขาดกองหน้าตัวเก่งและระบบแนวรับชุดใหม่ยังไม่เข้าที่
สกอร์สูง (Over 2.5 Goals) : เนื่องจากเจ้าบ้านมีสถิติการพังประตูในรังที่ดุดันเฉลี่ยสูงถึง 2.55 ลูกต่อเกม ประกอบกับแนวรับของทีมเยือนที่มีจุดอ่อนยามโดนเปิดเกมรุกอันตรายเข้าใส่และมีเปอร์เซ็นต์พ่ายแพ้ห่างสกอร์ขาดลอยบ่อยครั้ง ทำให้เกมนี้มีโอกาสสูงที่จะเกิดประตูขึ้นมากมาย
Both Teams to Score (BTTS) - NO : เนื่องจากแผงแนวรับของเจ้าบ้านยามเล่นในถิ่นมีความเหนียวแน่นสูงเสียประตูยากเฉลี่ยเพียง 0.83 ลูกและเก็บคลีนชีตได้ถึง 43% จาก 40 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ ประกอบกับแนวรุกของทีมเยือนที่ขาดกองหน้าตัวหลักและปืนฝืดทำประตูได้ยากยามเจอทีมใหญ่กว่า ทำให้เกมนี้ยากที่จะพังประตูผ่านแนวรับเจ้าถิ่นได้
เลวาเดีย ทัลลินน์ ได้ประตูแรก : เนื่องจากเจ้าบ้านจะใช้ความได้เปรียบจากเสียงเชียร์เปิดฉากครองบอลบุกกดดันเข้าใส่แนวรับทีมเยือนตั้งแต่นาทีแรก แผงแนวรุกที่มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมและเฉียบคมกว่าจะสามารถหาช่องเจาะแนวรับชุดใหม่ของทีมเยือนเข้าไปพังประตูขึ้นนำเพื่อคลายความกดดันได้ก่อน

พรีวิวเกม
ศึกฟุตบอลถ้วยยุโรปรอบคัดเลือกเลกสองกลับมาลงสนามดวลแข้งกันอีกครั้ง โดยทีม เลวาเดีย ทัลลินน์ กุมความได้เปรียบอย่างมหาศาลหลังบุกไปถล่มมาได้ก่อนถึง 5 ประตูในเกมนัดแรก ทำให้พวกเขากลับมาลงเล่นในบ้านด้วยรากฐานที่เต็มไปด้วยการควบคุมเกมและการจบสกอร์ที่เฉียบคมเด็ดขาด ขณะที่ทางฝั่ง แกลร์นาร์ฟอน ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพยายามเปลี่ยนรูปเกมให้ได้ในการเจอกับทีมเจ้าถิ่นที่มีสถิติการคว้าชัยชนะครั้งใหญ่มาอย่างต่อเนื่องในการลงเล่นทุกรายการ
สถิติการพบกันช่วงหลัง
การพบกันในเกมนัดแรกเป็นทางฝั่ง เลวาเดีย ทัลลินน์ ที่บุกไปถล่มเอาชนะมาได้ก่อนอย่างขาดลอยถึง 5-0 โดยได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วจาก ราสมุส พีตสัน ในนาทีที่ 15 ก่อนที่ ชวน เปโดร จะมาบวกประตูที่สองในช่วงก่อนพักครึ่ง และเริ่มครึ่งหลังมาได้ไม่นานพวกเขาก็มาได้ประตูเพิ่มอย่างรวดเร็วสองลูกรวดจาก มาร์ก โอลิเวอร์ โรสนุพพ์ ในนาทีที่ 46 และ มิห์เคล ไอน์ซาลู ในนาทีที่ 47 ก่อนที่ เอโนก โอตู จะมาพังประตูปิดกล่องในนาทีที่ 78 สถิติหลังจบเกมดังกล่าวรองรับผลการแข่งขันได้เป็นอย่างดี โดย เลวาเดีย ทัลลินน์ สร้างโอกาสส่องประตูรวมถึง 15 ต่อ 4 ครั้ง และยิงเข้ากรอบเหนือกว่าถึง 9 ต่อ 2 ครั้ง มีเปอร์เซ็นต์ครองบอลเฉลี่ยอยู่ที่ 56% ต่อ 44% และได้ลูกเตะมุมนำห่าง 6 ต่อ 3 ครั้ง แม้ว่าทางฝั่ง แกลร์นาร์ฟอน จะมีสถิติจำนวนครั้งในการบุกรวมที่มากกว่าเล็กน้อยที่ 76 ต่อ 75 ครั้ง ทว่ากลับเป็นฝั่ง เลวาเดีย ทัลลินน์ ที่สร้างจังหวะรุกอันตรายได้เหนือกว่าที่ 59 ต่อ 48 ครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพในการจบสกอร์และการเข้าทำที่เฉียบคมกว่าชัดเจน
ฟอร์มล่าสุด
เลวาเดีย ทัลลินน์
พวกเขากำลังทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่งและสม่ำเสมอเป็นอย่างยิ่งในการลงสนามทุกรายการ โดยมีสถิติคว้าชัยชนะได้ถึง 65% จากการลงเล่น 40 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ พังประตูเฉลี่ยสูงถึง 2.53 ประตู และเสียประตูเฉลี่ยเพียงแค่ 1.08 ประตูต่อเกมเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังสะสมสถิติไม่แพ้ใครเลยถึง 11 จาก 12 นัดหลังสุดในทุกรายการ ซึ่งเป็นผลงานที่ถูกสร้างขึ้นจากการสร้างสรรค์โอกาสทำประตูที่สม่ำเสมอและการควบคุมพื้นที่ในแต่ละเฟสของเกมได้อย่างยอดเยี่ยม
แกลร์นาร์ฟอน
ผลงานโดยรวมของพวกเขามีความหลากหลายแต่ก็ยังมีมุมบวกให้เห็นอยู่บ้าง โดยสามารถคว้าชัยชนะได้ถึง 50% จากการลงเล่น 10 นัดหลังสุดในทุกรายการ มีสถิติเกมรุกที่ทำประตูเฉลี่ยได้ 1.6 ประตู ทว่าเกมรับก็เสียประตูเฉลี่ยสูงถึง 1.8 ประตูต่อเกมในช่วงดังกล่าว ซึ่งบ่งชี้ว่าพวกเขาเป็นทีมที่สามารถพังประตูคู่แข่งได้ดี แต่ก็มีรอยรั่วในแนวรับยามที่ระดับความเร็วของเกมถูกเร่งให้สูงขึ้น
ภาพรวมผลงาน
เลวาเดีย ทัลลินน์
สถิติยามลงสนามเล่นในบ้านของพวกเขานับว่าน่าเกรงขามและดุดันเป็นอย่างยิ่ง โดยจากการเฝ้ารัง 40 นัดหลังสุดในทุกรายการ พวกเขาเก็บชัยชนะไปได้ถึง 68% พังประตูเฉลี่ยในบ้านสูงถึง 2.55 ประตู และเสียเฉลี่ยเพียงแค่ 0.83 ประตูต่อเกม ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถเก็บคลีนชีตในบ้านได้ถึง 43% ของจำนวนนัดดังกล่าว และมีสถิติไม่แพ้ใครถึง 12 จาก 15 เกมเยือนหลังสุดในบ้านรวมทุกรายการ ขณะที่ฟอร์มในบ้านเฉพาะศึก ยูฟ่า ยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก อาจมีสถิติแกว่งอยู่บ้างหลังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นถึง 6 จาก 7 นัดหลังสุดในรังเหย้าของรายการนี้ ทว่าฟอร์มโดยรวมช่วงหลังในศึกนี้ก็ยังพอตัวหลังคว้าชัยชนะได้ถึง 3 จาก 6 นัดหลังสุด ยิงเฉลี่ย 1.67 ประตู และเสียเฉลี่ย 1 ประตูต่อเกม สำหรับสภาพทีมเกมนี้พวกเขาสมบูรณ์เต็มที่ไม่มีรายงานผู้เล่นได้รับบาดเจ็บหรือติดโทษแบนรบกวนเลย
แกลร์นาร์ฟอน
ผลงานยามออกนอกบ้านของพวกเขาก็ยังมีสถิติที่น่าสนใจคอยช่วยต้านทานอยู่บ้าง โดยสถิติเยือน 7 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ พวกเขาเก็บคลีนชีตนอกบ้านได้ถึง 43% และเสียประตูเฉลี่ยเพียงแค่ 0.86 ประตูต่อเกม และคว้าชัยชนะไปได้ถึง 4 จาก 8 นัดหลังสุดยามออกเยือน โดยทำประตูเฉลี่ยได้ 1.5 ประตูและเสียประตูเฉลี่ยเพียงแค่ 1 ประตูต่อเกมเท่านั้น ทว่าความผันผวนของระบบทีมก็ยังมีให้เห็นหลังพ่ายแพ้ด้วยผลต่างประตูตั้งแต่ 2 ประตูขึ้นไปถึง 43% จากการลงสนาม 7 นัดหลังสุดในทุกรายการ สำหรับสภาพทีมเกมนี้พวกเขาจะต้องเจอกับปัญหาในแดนหน้าเนื่องจากยังคงหมดสิทธิ์ใช้งาน โอฟรานเด้ ซานซาลา ที่มีอาการบาดเจ็บหัวเข่ารบกวน
เจาะสถิติที่น่าสนใจ
เลวาเดีย ทัลลินน์
พวกเขามีแนวรุกที่เฉียบคมและพร้อมถล่มประตูคู่แข่งขาดลอยอยู่เสมอ โดยมีสถิติเอาชนะคู่แข่งด้วยส่วนต่างตั้งแต่ 2 ประตูขึ้นไปสูงถึง 50% จากการลงสนาม 20 นัดหลังสุดในทุกรายการ ยิ่งไปกว่านั้น ภายใต้การทำทีมของกุนซือ เวียตเซสลาฟ ซาโฮไวโก้ พวกเขายังได้รับการยกระดับความลึกของขุมกำลังจากการคว้าตัว บูบาคาร์ แทมเบดู และการยืมตัวของ เออร์เนสต์ อักยิรี่ เข้ามาเสริมมิติในเกมรุก พร้อมกับได้ผู้รักษาประตูจอมเก๋าอย่าง อาร์ตูร์ โคเทนโก้ เข้ามาประคองทีมอีกด้วย
แกลร์นาร์ฟอน
สถิติระบุว่าพวกเขาสามารถคว้าชัยชนะด้วยผลต่างตั้งแต่ 2 ประตูขึ้นไปได้ถึง 5 ครั้งจากการลงสนาม 13 นัดหลังสุด ทว่าความพ่ายแพ้ในเกมนัดแรกแสดงให้เห็นถึงรอยรั่วขนาดใหญ่ในแดนกลางยามที่จังหวะเปลี่ยนจากรับเป็นรุกทำงานได้ไม่ดีพอ ซึ่งในเกมนัดนี้ภายใต้การทำทีมของกุนซือ ริชาร์ด โอเวน เดวีส์ จำเป็นต้องเจอกับงานที่ยากลำบากในการปรับปรุงแผงหลังใหม่หลังการเสริมทัพของ ไคล์ แฮร์ริสัน, เบน แนช และ คริส แมร์ริออตต์ เพื่อพยายามบีบพื้นที่ว่างระหว่างไลน์การเล่นไม่ให้เจ้าถิ่นหาช่องโจมตีได้ง่ายเหมือนเกมที่แล้ว
วิเคราะห์คาดการณ์
เกมนัดตัดสินเลกสองนี้แทบจะไม่มีความกดดันใดๆ ตกอยู่กับเจ้าบ้าน เลวาเดีย ทัลลินน์ เลยเนื่องจากพวกเขากุมข้อได้เปรียบจากสกอร์นำห่างถึง 5-0 ทว่าสถิติการเล่นในบ้านระยะยาวรวมทุกรายการที่แข็งแกร่งพังประตูถล่มทลายเฉลี่ยสูงถึง 2.55 ประตูต่อเกม บ่งบอกว่าพวกเขาเป็นทีมที่โปรดปรานการเปิดเกมรุกบุกเข้าใส่คู่แข่งต่อหน้าแฟนบอลของตัวเองอยู่เสมอ สวนทางกับทีมเยือน แกลร์นาร์ฟอน ที่แม้จะมีสถิติเกมเยือนช่วงหลังที่ดูเหนียวแน่นเสียประตูน้อยเฉลี่ยเพียง 0.86 ประตูต่อเกม ทว่าการขาดหายไปของหัวหอกคนสำคัญอย่าง โอฟรานเด้ ซานซาลา ที่บาดเจ็บรุนแรง จะทำให้มิติและประสิทธิภาพในแดนหน้าลดน้อยลงเป็นอย่างมาก ยิ่งในนัดนี้พวกเขาไม่มีทางเลือกต้องเปิดหน้าแลกเพื่อหวังทวงประตูคืน จะยิ่งทำให้แผงหลังที่ยังมีปัญหาเรื่องระบบทีมเวิร์คหลังการปรับเปลี่ยนขุมกำลังหลายจุด ต้องเปิดพื้นที่ว่างแดนหลังให้กับแนวรุกที่จัดจ้านเฉียบคมของเจ้าถิ่นอย่าง มาร์ก โอลิเวอร์ โรสนุพพ์ และสองประสานป้ายแดงอย่าง บูบาคาร์ แทมเบดู และ เออร์เนสต์ อักยิรี่ หาช่องเจาะทำประตูลงโทษได้อย่างง่ายดาย คาดว่าแนวรุกที่ครบเครื่องและเฉียบคมกว่ามากของเจ้าถิ่นจะควบคุมทิศทางของเกมเอาไว้ได้ทั้งหมด ก่อนจะเปิดรังถล่มเอาชนะย้ำแค้นไปได้อีกครั้งอย่างขาดลอย
คาดการณ์สกอร์ : เลวาเดีย ทัลลินน์ 3-0 แกลร์นาร์ฟอน
ข้อมูลที่น่าสนใจ
-
เลวาเดีย ทัลลินน์ ชนะ - สอดคล้องกับคาดการณ์สกอร์ เนื่องจากเจ้าบ้านมีฟอร์มโดยรวมที่สม่ำเสมอและแข็งแกร่งกว่ามาก โดยไม่แพ้ใครถึง 11 จาก 12 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ อีกทั้งยังมีสถิติการเฝ้ารังที่ดุดันคว้าชัยชนะได้ถึง 68% จากเกมนัดเหย้า 40 นัดหลังสุด
-
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง - เนื่องจากเจ้าถิ่นมีเกมรุกยามเล่นในบ้านที่ร้อนแรงมากพังประตูเฉลี่ยสูงถึง 2.55 ประตูต่อเกม ประกอบกับทีมเยือนไม่มีทางเลือกต้องดันเกมขึ้นสูงเพื่อหวังทำประตูคืน ซึ่งจะทำให้แผงหลังเปิดพื้นที่ว่างและนำไปสู่การเกิดประตูที่เยอะจนทะลุเรท
-
Both Teams to Score (BTTS) : ไม่ - จากความห่างชั้นในเลกแรกที่ทีมเยือนสร้างโอกาสยิงเข้ากรอบได้เพียงสองครั้ง ประกอบกับเจ้าบ้านมีเกมรับในบ้านที่เหนียวแน่นมากเสียเฉลี่ยเพียง 0.83 ประตูและเก็บคลีนชีตได้ถึง 43% รวมถึงทีมเยือนขาดศูนย์หน้าคีย์แมนหลักไป ทำให้มีโอกาสสูงที่จะมีทีมที่ทำประตูไม่ได้
-
เลวาเดีย ทัลลินน์ ได้ประตูแรก - ด้วยระดับความมั่นใจที่เหนือกว่ามากและการได้ลงเล่นในรังเหย้าของตัวเอง จะช่วยสนับสนุนให้พวกเขาสามารถเป็นฝ่ายครองเกมและบุกกดดันเจาะแนวรับของทีมเยือนพังประตูเบิกร่องออกนำไปก่อนได้อย่างแน่นอน




