
เดินหน้าขยี้พังตาข่าย! "ไพน์เด" เปิดรังปรับแท็กติกเปิดเกมรุกเต็มสูบเตรียมเช็กบิล "เฮเกลมันน์" แย่งตั๋วเข้ารอบถ้วยยุโรป
ยูฟ่า ยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ ลีก 2026-27 | ไพน์เด VS เฮเกลมันน์ | รอบคัดเลือก (นัดที่สอง) | วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2026
พรีวิว
ศึกฟุตบอล ยูฟ่า ยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ ลีก รอบคัดเลือก รอบแรก นัดที่สอง เป็นการลงสนามนัดสำคัญตัดสินชี้ชะตาเข้ารอบระหว่าง ไพน์เด สโมสรจากเอสโตเนีย เปิดสนามต้อนรับการมาเยือนของ เฮเกลมันน์ ทีมแกร่งจากลิทัวเนีย โดยสถานการณ์ล่าสุดจากการปะทะกันในเลกแรกจบลงด้วยผลเสมอกันมา 1-1 ทำให้เกมนัดที่สองนี้โอกาสยังคงเปิดกว้างเท่ากัน ซึ่งเจ้าถิ่นโชว์ฟอร์มครองบอลคุมจังหวะได้ดีในเกมแรกและหวังจะใช้ความได้เปรียบในรังตัวเองบดเอาชนะให้ได้ ขณะที่ทีมเยือนพร้อมใช้ความเด็ดขาดในจังหวะสวนกลับคอยลักไก่เล่นงานเจ้าถิ่น
แมตซ์ พรีวิว
ไพน์เด
ทัพนักเตะ ไพน์เด ภายใต้การคุมทีมของ ตาร์โม คิงก์ ลงสนามแข่งขันในเกมนัดนี้ด้วยโมเมนตัมที่เหนียวแน่นแพ้พ่ายยาก หลังทำสถิติไม่แพ้ใครถึง 7 จาก 8 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ แม้ว่าจะเป็นการจบลงด้วยผลเสมอถึง 50% ก็ตาม ย้อนกลับไปในเกมเลกแรกที่ผ่านมา พวกเขาเป็นฝ่ายคุมจังหวะเกมได้เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยครองบอลได้สูงถึง 61% เปิดเกมรุกอันตรายเข้าใส่ได้ถึง 69 ต่อ 67 ครั้ง ได้ลูกเตะมุมมากกว่าที่ 4 ต่อ 1 ครั้ง และหาโอกาสส่องประตูได้ 7 ต่อ 5 ครั้ง ทว่ายิงตรงกรอบไปเพียง 2 ครั้ง โดยได้ประตูขึ้นนำจาก อับดูราห์มาน บาดาโมซี ในนาทีที่ 37 ก่อนจะโดนตีเสมออย่างรวดเร็วในช่วงเริ่มครึ่งหลัง สำหรับสถิติภาพรวมระยะยาวถือว่าดีมากโดยคว้าชัยชนะได้ถึง 53% จาก 40 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ พังประตูเฉลี่ยได้ 1.88 ลูกและเสีย 1.1 ประตูต่อเกม ยิ่งไปกว่านั้นผลงานการเล่นในบ้านภาพรวมยังแข็งแกร่งรักษาสถิติไร้พ่ายได้ถึง 80% จาก 20 เกมเหย้าหลังสุด เก็บชัยชนะไปได้ถึง 12 นัด และเป็นการชนะคู่แข่งห่างตั้งแต่ 2 ประตูขึ้นไปถึง 45% จากจำนวนนั้น ทว่าสถิติเฉพาะรายการ ยูฟ่า ยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ ลีก ยามเล่นในรังกลับไม่สู้ดีนักหลังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นถึง 80% จาก 10 นัดหลังสุดในบ้าน และพ่ายแพ้ไปถึง 5 เกม ส่วนผลงานภาพรวมในรายการนี้ 10 นัดหลังสุดแพ้ไป 5 ครั้ง เสียประตูเฉลี่ย 2.2 ลูกต่อเกม ทำให้เกมนี้พวกเขาต้องพยายามปรับปรุงฟอร์มเก่งในบ้านรายการนี้ออกมาให้ได้
เฮเกลมันน์
ทางฝั่งสโมสรเยือนภายใต้การจัดทัพของ มิเกล อารัมบูรู เอร์เนต้า กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มตกอย่างหนักและกระหายชัยชนะเป็นอย่างมาก หลังทำสถิติสะกดคำว่าชนะไม่เป็นถึง 12 จาก 15 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ และปืนฝืดชวดชัยมา 6 นัดติดต่อกันแล้ว ย้อนกลับไปในเกมนัดแรกที่ผ่านมา แม้ว่ารูปเกมจะเป็นรองในเรื่องการครองบอล แต่พวกเขาอาศัยความเด็ดขาดพังประตูตีเสมอได้ในนาทีที่ 46 จาก วิลิอุส อาร์มานาวิชิอุส และมีสถิติจังหวะยิงตรงกรอบถึง 3 ครั้งซึ่งมากกว่าเจ้าถิ่นด้วยซ้ำ ทว่าผลงานยามออกนอกบ้านระยะยาวของพวกเขากลับย่ำแย่และเป็นจุดอ่อนสำคัญ โดยจาก 15 เกมเยือนหลังสุดรวมทุกรายการ พ่ายแพ้กลับออกมาถึง 60% พังประตูเฉลี่ยได้เพียง 0.93 ลูกและเสียประตูสูงถึง 1.73 ประตูต่อเกม ยิ่งไปกว่านั้นสถิติการเล่นนอกบ้าน 12 นัดหลังสุดยังชวดชัยชนะไปถึง 10 นัด โดยมีสถิติปราชัยห่างตั้งแต่ 2 ประตูขึ้นไปถึง 40% จากความพ่ายแพ้เยือน 15 นัดหลังสุด ทำให้เกมนี้นักเตะต้องเจอกับงานที่ยากลำบากแน่นอนยามต้องเล่นเป็นทีมเยือน
สภาพความพร้อมของทีม
ไพน์เด
สภาพทีมของเจ้าบ้านจะยังคงหมดสิทธิ์ใช้งาน อองรี อานิเยร์ กองหน้าตัวเก่งที่มีอาการบาดเจ็บตรงบริเวณหัวเข่ารบกวนจนพลาดการลงสนามช่วยทีมยาวนานถึง 31 นัดติดต่อกันแล้ว ส่งผลให้ทีมต้องปรับเปลี่ยนหมุนเวียนผู้เล่นในแดนหน้าต่อเนื่อง ทว่าในตลาดซื้อขายนักเตะที่ผ่านมาทีมได้ดึงผู้เล่นแนวรุกหน้าใหม่อย่าง บูบาการ์ ตราวัลลี และ เดอาเบียส โอวูซู-เซคเยเร่ เข้ามาเสริมมิติในจังหวะเข้าทำเพื่อชดเชยการย้ายออกไปของ ปา อัสซาน คอร์ และ มูฮัมเหม็ด ซูโซ่ ส่วนแผงแนวรับได้ตัวใหม่อย่าง วิกเตอร์ ฮูโก้ และ มิลาน เดเลวิช เข้ามาเติมความแน่นหนาในแนวรับส่วนลึก
เฮเกลมันน์
ด้านสภาพความพร้อมของทีมเยือนถือว่าสมบูรณ์เต็มที่เนื่องจากไม่มีรายงานผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบนรบกวนเลยแม้แต่รายเดียว ทำให้ขุมกำลังมีความต่อเนื่องจากเกมนัดแรกอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมาพวกเขายังได้ยกระดับขุมกำลังด้วยการดึงนักเตะใหม่เข้ามาเสริมทัพหลายราย นำโดย โดนาตัส คาซเลาส์คาส, คาร์ลอส ดู๊ค, ราชีด ยูซุฟ, เลโอ ริเบโร่ และ อังเกล ปวยร์โต้ เข้ามาประสานงานเพื่อทดสอบระบบทีมเวิร์คในการชดเชยการย้ายออกไปของ มาตาส วาไรก้า ดาวยิงตัวเก่ง โดยแดนกลางมี วิลิอุส อาร์มานาวิชิอุส แกนหลักจอมเก๋าที่กำลังมั่นใจหลังพังประตูได้ในเลกแรก พร้อมลงสนามคุมจังหวะเกม
วิเคราะห์คาดการณ์
เกมนี้คาดว่าจะเป็นทางฝั่ง ไพน์เด ที่เปิดโปรแกรมเกมบุกเข้าครอบครองพื้นที่และครองบอลพิมพ์นิยมเหนียวแน่นเหมือนเกมนัดแรก เนื่องจากพวกเขามีมาตรฐานฟุตบอลและสถิติการเล่นในบ้านภาพรวมที่แข็งแกร่งมากโดยไม่แพ้ใครถึง 80% จาก 20 เกมเหย้าหลังสุดรวมทุกรายการ แผงแดนกลางขุมกำลังชุดใหม่มีความพร้อมและหลากหลายกว่าในการขับเคลื่อนเกมรุก ข่าวดีคือพวกเขามีจังหวะเข้าทำริมเส้นและลูกเตะมุมที่อันตรายคอยขู่คู่แข่ง สวนทางกับ เฮเกลมันน์ ที่กำลังเสียความมั่นใจอย่างหนักสะกดคำว่าชนะไม่เป็นมา 6 เกมติดต่อกัน อีกทั้งผลงานยามออกนอกบ้านก็ย่ำแย่พ่ายแพ้เยือนถึง 60% แผงแนวรับเสียประตูค่อนข้างง่ายและระบบทีมเวิร์คขุมกำลังชุดใหม่ยังคงต้องใช้เวลาปรับจูน ยามที่ต้องมาโดนเจ้าถิ่นครองบอลกดดันยาวนาน จะทำให้ทีมเยือนเกิดความผิดพลาดในแผงหลังได้ง่าย เชื่อว่าเกมนี้เจ้าบ้านจะอาศัยความเด็ดขาดของแนวรุกชุดใหม่บดเอาชนะและคว้าตั๋วเข้ารอบต่อไปได้สำเร็จ
คาดการณ์สกอร์ : ไพน์เด 2-0 เฮเกลมันน์
ข้อมูลที่น่าสนใจ
ไพน์เด ชนะ : เนื่องจากเจ้าบ้านมีสถิติการเล่นในบ้านภาพรวมที่เหนียวแน่นมากโดยไม่แพ้ใครถึง 80% จาก 20 เกมเหย้าหลังสุดรวมทุกรายการ และชนะได้ถึง 12 นัด ขณะที่ทีมเยือนอยู่ในช่วงฟอร์มตกอย่างหนักไม่ชนะใครมา 6 เกมติดต่อกันและมีสถิติปราชัยยามออกนอกบ้านสูงถึง 60%
สกอร์ต่ำ (Under 2.5 Goals) : เนื่องจากเกมนัดแรกเสมอกันมา 1-1 ทำให้แมตช์นี้มีตั๋วเข้ารอบเป็นเดิมพัน ทั้งสองทีมคงเน้นแท็กติกที่รัดกุมคุมพื้นที่แดนกลางเป็นพิเศษ ประกอบกับสถิติของเจ้าถิ่นในรายการนี้ที่มักปืนฝืดทำประตูได้น้อยและเสียประตูยาก ทำให้จะสู้กันพื้นที่ตรงกลางเป็นส่วนใหญ่
Both Teams to Score (BTTS) - NO : เนื่องจากแผงแนวรับของเจ้าบ้านยามเล่นในถิ่นมีความเหนียวแน่นสูงเก็บคลีนชีตได้ถึง 40% จาก 20 นัดหลังสุดและเสียประตูเฉลี่ยต่ำ ประกอบกับแนวรุกของทีมเยือนที่ค่อนข้างฝืดเคืองยามออกนอกบ้านยิงประตูเฉลี่ยไม่ถึงหนึ่งลูกต่อเกม ทำให้เกมนี้ยากที่จะพังประตูผ่านแนวรับเจ้าถิ่นได้
ไพน์เด ได้ประตูแรก : เนื่องจากเจ้าบ้านจะใช้ความได้เปรียบจากเสียงเชียร์เปิดฉากครองบอลบุกกดดันเข้าใส่แผงแนวรับทีมเยือนตั้งแต่นาทีแรก แผงแนวรุกขุมกำลังชุดใหม่ที่มีความมั่นใจและหลากหลายกว่า จะสามารถหาช่องเจาะแนวรับของทีมเยือนที่ยังไม่ลงตัวเข้าไปพังประตูขึ้นนำได้ก่อน

พรีวิวเกม
การพบกันในเกมนัดแรกแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนของทั้งสองทีม โดยทางฝั่ง ไพน์เด เป็นฝ่ายควบคุมบอลและจังหวะของเกมเอาไว้ได้ ขณะที่ เฮเกลมันน์ พยายามยืนหยัดสู้จนหาทางกลับสู่เกมได้สำเร็จ หลังจากเกมนัดแรกเสมอกันมา 1-1 ตัวเลขสถิติเกี่ยวกับฟอร์มการเล่น สถิติยามออกนอกบ้าน และแนวโน้มล่าสุด จะเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าฝ่ายใดจะกุมความได้เปรียบในการลงเล่นเกมนัดตัดสินเลกสองนี้
สถิติการพบกันช่วงหลัง
เกมนัดแรกจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 ซึ่งน้ำหนักและทิศทางของรูปเกมส่วนใหญ่เอนเอียงไปทางฝั่ง ไพน์เด อย่างชัดเจน พวกเขาเป็นฝ่ายครองบอลได้สูงถึง 61% และสร้างจังหวะรุกอันตรายเฉือนชนะไปได้ 69 ต่อ 67 ครั้ง รวมถึงได้ลูกเตะมุมนำห่าง 4 ต่อ 1 ครั้ง ส่วนสถิติจำนวนครั้งในการส่องประตูรวม ไพน์เด มีโอกาสยิง 7 ครั้ง ขณะที่ เฮเกลมันน์ มีโอกาสยิง 5 ครั้ง ทว่าทีมเยือนกลับยิงเข้ากรอบได้มากกว่าที่ 3 ต่อ 2 ครั้ง โดยเกมนัดแรกมีจุดเปลี่ยนสำคัญสองจังหวะคือประตูขึ้นนำจาก อับดูราห์มาน บาดาโมซี ในนาทีที่ 37 ของฝั่ง ไพน์เด ก่อนที่ เฮเกลมันน์ จะมาตอบโต้อย่างรวดเร็วในช่วงเริ่มครึ่งหลังจากการทำประตูของ วิลิอุส อาร์มานาวิเชียส ในนาทีที่ 46 รูปแบบของเกมแสดงให้เห็นถึงการควบคุมพื้นที่ของ ไพน์เด แต่ในขณะเดียวกัน เฮเกลมันน์ ก็มีความเฉียบขาดในการลงโทษคู่แข่งจากโอกาสเพียงไม่กี่ครั้งได้ดี
ฟอร์มล่าสุด
ไพน์เด
พวกเขากำลังเดินทางมาพร้อมกับโมเมนตัมที่สม่ำเสมอในการลงเล่นทุกรายการ โดยมีสถิติไม่แพ้ใครถึง 7 จาก 8 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ แม้ว่าสถิติดังกล่าวจะหนักไปทางผลเสมอถึง 50% จากจำนวน 8 นัดนั้น ทว่ามันก็ช่วยตอกย้ำให้เห็นว่าทีมภายใต้การทำทีมของกุนซือ ตาร์โม คิงก์ เป็นทีมที่คู่แข่งเคี้ยวได้ยากเป็นอย่างยิ่ง
เฮเกลมันน์
ทีมภายใต้การคุมทีมของกุนซือ มิเกล อารัมบูรู เออร์เนตา กำลังอยู่ในช่วงที่ต้องควานหาจุดเปลี่ยนและแรงกระตุ้นอย่างหนัก เนื่องจากพวกเขาสะกดคำว่าชนะไม่เป็นถึง 12 จาก 15 นัดหลังสุดในการลงสนามทุกรายการ และที่ย่ำแย่ไปกว่านั้นคือพวกเขายังไม่ชนะใครเลยตลอดการลงเล่น 6 นัดหลังสุด ยิ่งไปกว่านั้น สถิติการออกไปเล่นนอกบ้านก็ยังคงตึงเครียดและมีปัญหารุมเร้าเช่นกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความกดดันก่อนเริ่มเกมนัดตัดสินเลกสองนี้
ภาพรวมผลงาน
ไพน์เด
จากการลงสนาม 40 นัดหลังสุดในการแข่งขันทุกรายการ พวกเขาคว้าชัยชนะไปได้ถึง 53% โดยทำประตูเฉลี่ยได้ถึง 1.88 ประตู และเสียประตูเฉลี่ยเพียงแค่ 1.1 ประตูต่อเกมเท่านั้น ขณะที่สถิติการเล่นในบ้านระยะยาวยังคงน่าเกรงขาม โดยสถิติการเฝ้ารัง 20 นัดหลังสุดในทุกรายการ พวกเขาไม่แพ้ใครถึง 80% เก็บคลีนชีตได้ถึง 40% และคว้าชัยชนะไปได้ถึง 12 นัด ซึ่งมีถึง 45% ของจำนวนชัยชนะในบ้านเหล่านั้นที่เป็นการเอาชนะคู่แข่งด้วยส่วนต่างตั้งแต่ 2 ประตูขึ้นไป
เฮเกลมันน์
สถิติเกมนอกบ้านระยะยาวของพวกเขานับว่าเป็นงานที่ยากลำบากอย่างยิ่ง โดยจากการลงสนามเยือน 15 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ พวกเขาต้องพบกับความพ่ายแพ้ไปถึง 60% โดยพังประตูเฉลี่ยยามออกนอกรังได้เพียง 0.93 ประตู ขณะที่เกมรับเสียประตูเฉลี่ยสูงถึง 1.73 ประตูต่อเกม ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังสะกดคำว่าชนะนอกบ้านไม่เป็นถึง 10 จาก 12 เกมเยือนหลังสุด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยากลำบากในการเปลี่ยนช่วงเวลาการเล่นที่ดีให้กลายเป็นผลการแข่งขันยามออกนอกรัง
เจาะสถิติที่น่าสนใจ
ไพน์เด
อย่างไรก็ตาม พวกเขายังคงมีจุดที่ต้องระมัดระวังยามลงเล่นในศึก ยูฟ่า ยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก หลังพ่ายแพ้ไปถึง 5 จาก 10 นัดหลังสุดในรายการนี้ โดยทำประตูเฉลี่ยได้ 1.5 ประตูแต่เสียประตูเฉลี่ยสูงถึง 2.2 ประตูต่อเกม ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังแพ้ด้วยส่วนต่างตั้งแต่ 2 ประตูขึ้นไปถึง 43% จากการลงสนาม 7 นัดหลังสุดในรายการนี้ ส่วนผลงานการเฝ้ารังในศึกถ้วยนี้ก็ไม่ชนะใครถึง 80% จาก 10 เกมเยือนหลังสุดในบ้าน โดยพ่ายแพ้ไปถึง 5 นัด ซึ่งสวนทางกับผลงานในบ้านที่แข็งแกร่งยามเล่นรายการอื่นอย่างสิ้นเชิง สำหรับสภาพทีมเกมนี้พวกเขาจะหมดสิทธิ์ใช้งานดาวยิงตัวเก่งอย่าง เฮนรี่ อานิเยร์ ที่มีอาการบาดเจ็บเข่ารบกวนและพลาดการลงสนามไปแล้วถึง 31 นัด
เฮเกลมันน์
แนวโน้มยามออกนอกรังของพวกเขามีจุดเปราะบางอย่างเห็นได้ชัด โดยความพ่ายแพ้ยามออกนอกบ้านถึง 40% จาก 15 นัดหลังสุด เป็นการปราชัยขาดลอยด้วยส่วนต่างอย่างน้อย 2 ประตูขึ้นไป ซึ่งเมื่อรวมกับสถิติที่ไม่ชนะใครนอกบ้านถึง 10 จาก 12 นัด ย่อมเป็นความเสี่ยงอย่างมากหากพวกเขาต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับโดยไม่มีบอลครองอยู่กับตัวเป็นเวลานาน ในส่วนของสภาพทีมเกมนี้นับว่าพร้อมรบเนื่องจากไม่มีรายงานผู้เล่นได้รับบาดเจ็บรบกวนเลย
วิเคราะห์คาดการณ์
คาดว่าเกมนัดตัดสินเลกสองนี้ทางฝั่ง ไพน์เด จะยังคงเลือกใช้แนวทางการเปิดเกมบุกเข้าครอบครองพื้นที่เหมือนเกมนัดแรกที่ทำให้พวกเขาได้เปอร์เซ็นต์ครองบอลสูงถึง 61% ทว่าหากพวกเขาต้องการที่จะเปลี่ยนความเหนือกว่าดังกล่าวให้กลายเป็นชัยชนะ พวกเขาจำเป็นต้องยกระดับความเฉียบคมในการยิงประตูเข้ากรอบให้มากกว่า 2 ครั้งที่ทำได้ในเกมแรก ซึ่งหากทำได้สำเร็จ สถิติการเล่นในบ้านที่แข็งแกร่งในทุกรายการด้วยผลงานไม่แพ้ใครถึง 80% จาก 20 นัดหลังสุด จะเป็นตัวช่วยซัพพอร์ตให้พวกเขาสามารถเอียงน้ำหนักชะตากรรมของเกมนี้มาทางฝั่งตัวเองได้สำเร็จ ขณะที่ทางฝั่ง เฮเกลมันน์ จะต้องพยายามบีบพื้นที่ในการเล่นให้กระชับและรอหาจังหวะสวนกลับเร็วรวมถึงจังหวะลูกตั้งเตะเพื่อยื้อเกมเอาไว้ แม้ว่าเจ้าบ้านจะมีการปรับเปลี่ยนแนวรุกหลังจากการย้ายออกของ ปา อัสซาน คอร์ และ มูฮัมเหม็ด ซูโซ่ แต่การได้ตัวเสริมแกร่งอย่าง บูบาคาร์ ตราวัลลี่ และ เดเบียส โอวูซู-เซคเยเร่ จะช่วยเพิ่มมิติแนวรุกให้มีความหลากหลายขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นความลึกในแผงหลังจากการเข้ามาของ วิกเตอร์ ฮูโก้ และ มิลาน เดเลวิช จะช่วยป้องกันการสวนกลับได้เป็นอย่างดี สวนทางกับทีมเยือนที่ฟอร์มระยะหลังกำลังย่ำแย่สะกดคำว่าชนะไม่เป็นมา 6 เกมติดต่อกัน แถมเกมนอกบ้านยังมีสถิติที่เปราะบางพ่ายแพ้ถึง 60% ยามออกเยือน คาดว่าแดนกลางที่ลงตัวของเจ้าถิ่นจะควบคุมทิศทางของเกมเอาไว้ได้ทั้งหมด ก่อนจะเจาะทำประตูเอาชนะไปได้สำเร็จ
คาดการณ์สกอร์ : ไพน์เด 2-0 เฮเกลมันน์
ข้อมูลที่น่าสนใจ
-
ไพน์เด ชนะ - เจ้าถิ่นมีสถิติการเล่นในบ้านระยะยาวที่แข็งแกร่งมากชนะถึง 12 จาก 20 นัดหลังสุด และไร้พ่ายมา 7 จาก 8 นัดติดต่อกันรวมทุกรายการ สวนทางกับทีมเยือนที่ฟอร์มย่ำแย่หนักสะกดคำว่าชนะไม่เป็นมา 6 นัดติดต่อกัน
-
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : ต่ำ - เนื่องจากทั้งสองทีมมีแนวโน้มการเล่นที่ค่อนข้างเหนียวแน่น โดยเฉพาะเจ้าบ้านที่มีสถิติเก็บคลีนชีตในถิ่นตัวเองถึง 40% ประกอบกับทีมเยือนที่มีปัญหาเกมรุกยามออกนอกบ้านที่ทำประตูเฉลี่ยได้เพียงแค่ 0.93 ประตูต่อเกม ทำให้สกอร์รวมไม่น่าจะสูงเกินเรท
-
Both Teams to Score (BTTS) : ไม่ - จากสถิติเกมเหย้าอันยอดเยี่ยมของ ไพน์เด ที่เก็บคลีนชีตได้บ่อยครั้ง ประกอบกับแผงแนวหน้าของทีมเยือนที่ค่อนข้างฝืดและสะกดคำว่าชนะได้ยากยามออกนอกบ้าน ทำให้มีโอกาสสูงมากที่จะมีทีมที่ทำประตูไม่ได้ในเกมนี้
-
ไพน์เด ได้ประตูแรก - ด้วยระดับความเหนือกว่าในการครองบอลและจังหวะบุกกดดันพื้นที่ที่สูงถึง 61% ตั้งแต่เกมนัดแรก ประกอบกับการเล่นท่ามกลางเสียงเชียร์ในรังเหย้า จะช่วยให้พวกเขาหาจังหวะพังประตูออกนำไปได้ก่อนในแมตช์นี้




