
เดิมพันตั๋วเข้ารอบ! "เยลิเมย์" เปิดรังบู๊แหลกขยี้ "อลาชเคิร์ท" ลุ้นระทึกเกมนัดตัดสินถ้วยยุโรปใบเล็กหลังเจ๊าเลกแรก
ยูฟ่า ยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ ลีก 2026-27 | เยลิเมย์ VS อลาชเคิร์ท | รอบคัดเลือก (นัดที่สอง) | วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2026
พรีวิว
ศึกฟุตบอล ยูฟ่า ยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ ลีก รอบคัดเลือก รอบแรก นัดที่สอง เป็นเกมดวลแข้งนัดสำคัญชี้ชะตาเข้ารอบระหว่าง เยลิเมย์ สโมสรจากคาซัคสถาน เปิดสนามต้อนรับการมาเยือนของ อลาชเคิร์ท ทีมแกร่งจากอาร์เมเนีย หลังจากผลการแข่งขันในเกมนัดแรกเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่เยเรวานจบลงด้วยผลเสมอกันมาแบบสุดสูสี 1-1 ทำให้สถานการณ์ของคู่นี้แทบไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบและแทบไม่มีอะไรแยกความแตกต่างของทั้งสองทีมได้เลย โดยทุกสิ่งทุกอย่างต้องมาตัดสินกันในเกมนัดที่สองนี้ที่ประเทศคาซัคสถาน ซึ่งคาดว่าจังหวะทีเด็ดทีขาดจากลูกตั้งเตะและการคุมเกมในช่วงท้ายแมตช์จะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินผลแพ้ชนะ
แมตซ์ พรีวิว
เยลิเมย์
ทัพนักเตะ เยลิเมย์ ลงสนามแข่งขันเกมนี้ด้วยความมั่นใจหลังจากทำสถิติไร้พ่ายมา 3 นัดติดต่อกันรวมทุกรายการ หากมองสถิติระยะยาวพวกเขามีผลงานที่เหนียวแน่นมากโดยคว้าชัยชนะได้ถึง 17 จาก 34 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ และทำสถิติไม่แพ้ใครถึง 24 จาก 30 นัดหลังสุด คิดเป็นเปอร์เซ็นต์สูงถึง 80% เลยทีเดียว ส่วนผลงานยามลงเล่นในถิ่นตัวเองพวกเขาก็แข็งแกร่งพึ่งพาได้เสมอจากการคว้าชัยชนะได้ 11 จาก 20 เกมเหย้าหลังสุด ย้อนกลับไปในเกมนัดแรกสัปดาห์ก่อน พวกเขาอาศัยระเบียบวินัยในเกมรับต้านทานการบุกของคู่แข่งอย่างอดทน โดยเปิดเกมรุกอันตรายสู้ได้ 84 ครั้ง และหาจังหวะส่องประตูได้ถึง 10 ครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่าคู่แข่งด้วยซ้ำ ก่อนจะมาได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก อาร์เซน อาชีร์เบคอฟ ในนาทีที่ 60 ทว่าน่าเสียดายที่มาโดนพังประตูตีเสมอในช่วงท้ายเกม แต่อย่างไรก็ตาม สถิติระยะยาวในรังตัวเองยังน่าอุ่นใจหลังไร้พ่ายถึง 32 จาก 40 เกมเหย้าหลังสุดรวมทุกรายการ ซึ่งจะเป็นฐานกำลังสำคัญในการเปิดเกมรุกเข้าใส่คู่แข่งในนัดนี้
อลาชเคิร์ท
ทางฝั่งสโมสรเยือนลงสนามด้วยโมเมนตัมที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน หลังทำสถิติไร้พ่ายมา 10 นัดติดต่อกันในทุกรายการ และผลงานการจบลงด้วยผลเสมอถึง 3 จาก 6 นัดหลังสุด แสดงให้เห็นว่าพวกเขาเป็นทีมที่รับมือกับสถานการณ์ที่อึดอัดได้ดี อีกทั้งผลงานการเล่นเกมนอกบ้านก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้ใครถึง 8 จาก 10 เกมเยือนหลังสุดรวมทุกรายการ ย้อนกลับไปในเกมนัดแรกที่ผ่านมา พวกเขาเป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่าที่ 55% และสร้างสรรค์โอกาสเปิดเกมรุกอันตรายได้ถึง 112 ครั้ง แถมได้ลูกเตะมุมถล่มทลายถึง 11 ต่อ 5 ครั้ง ก่อนจะมาได้ ดาวิต เทอร์เทอร์ยาน พังประตูตีเสมอได้ในนาทีที่ 86 จากการโหมบุกอย่างหนักช่วงท้ายเกม อย่างไรก็ดี สถิติเฉพาะในรายการ ยูฟ่า ยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ ลีก ของพวกเขากลับค่อนข้างย่ำแย่ โดยปราชัยไปถึง 7 จาก 13 นัดหลังสุดในรายการนี้ เสียประตูเฉลี่ยถึง 1.85 ลูกต่อเกม และเป็นการแพ้ห่างตั้งแต่ 2 ประตูขึ้นไปถึง 5 นัด ยิ่งไปกว่านั้นสถิติการเล่นเฉพาะบอลถ้วยยุโรปยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นถึง 6 จาก 7 นัดหลังสุด ทำให้เกมนี้พวกเขาต้องพยายามเค้นฟอร์มเหนียวแน่นเหมือนในเกมลีกล่าสุดออกมาให้ได้
สภาพความพร้อมของทีม
เยลิเมย์
สภาพทีมของเจ้าบ้านกำลังประสบปัญหาวิกฤตผู้เล่นบาดเจ็บรบกวนอย่างรุนแรง โดยจะหมดสิทธิ์ใช้งาน รามาซาน โอราซอฟ กองกลางคนสำคัญที่ประสบปัญหาอาการเส้นเอ็นฉีกขาด รวมไปถึง ไอบาร์ จักซีลีคอฟ ที่มีอาการบาดเจ็บเอ็นหัวเข่าฉีก และ นิกิต้า พิฟคิน ที่มีปัญหาบาดเจ็บตรงบริเวณเอ็นร้อยหวาย ส่งผลกระทบต่อการจัดทัพค่อนข้างมาก ทว่าขุมกำลังรายอื่นยังพร้อมรบ โดยในตลาดซื้อขายนักเตะที่ผ่านมาทีมได้ดึงผู้เล่นหน้าใหม่ในแผงแนวรับเข้ามาเสริมทัพ ซึ่งพร้อมลงสนามทำหน้าที่คอยช่วยสกัดกั้นเกมรุกคู่แข่ง ประสานงานร่วมกับ อาร์เซน อาชีร์เบคอฟ แกนหลักในแนวรุกที่กำลังมั่นใจหลังพังประตูได้ในเลกแรก
อลาชเคิร์ท
ด้านสภาพความพร้อมของทีมเยือนถือว่าสมบูรณ์เต็มร้อยเนื่องจากไม่มีรายงานผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบนรบกวนเลยแม้แต่รายเดียว ทำให้ขุมกำลังมีความต่อเนื่องจากเกมนัดแรกอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นทีมยังได้ขยับขยายขุมกำลังในตลาดซื้อขายนักเตะอย่างคึกคัก นำโดย โจเซฟ ซาโบโบ กองหน้าตัวใหม่ที่ย้ายเข้ามาเพิ่มมิติและความอันตรายในแนวรุกจังหวะเข้าทำโดยตรง พร้อมลงสนามประสานงานร่วมกับแกนหลักรายอื่น โดยมีแนวรับที่เสียประตูยากเฉลี่ยเพียง 1.03 ลูกต่อเกมจากสถิติภาพรวม คอยปักหลักป้องกันเกมสวนกลับของเจ้าถิ่น
วิเคราะห์คาดการณ์
เกมนี้คาดว่าจะเป็นการต่อสู้ที่เน้นแท็กติกและมีโอกาสจบลงด้วยสกอร์ที่เบียดกันแคบมาก เนื่องจากเกมนัดแรกแสดงให้เห็นแล้วว่าศักยภาพของทั้งสองทีมทันกัน โดย เยลิเมย์ จะใช้ความได้เปรียบจากการเล่นในบ้านและสถิติไร้พ่ายในรังอันยาวนานเปิดเกมบุกเข้ากดดัน แม้ว่าพวกเขาจะขาดผู้เล่นแกนหลักที่บาดเจ็บไปถึงสามราย แต่ระบบการเข้าทำในจังหวะสวนกลับเร็วที่ใช้โอกาสไม่เปลืองยังคงอันตราย สวนทางกับ อลาชเคิร์ท ที่จะใช้แท็กติกการครองบอลคุมจังหวะแดนกลางและอาศัยทีเด็ดจากลูกตั้งเตะที่พวกเขาทำได้ดีในเกมแรกคอยขู่เจ้าถิ่น ทว่าปัญหาของทีมเยือนคือสถิติยามลงเล่นในรายการฟุตบอลถ้วยยุโรปมักจะฟอร์มดรอปลงไปอย่างเห็นได้ชัดและเสียประตูค่อนข้างง่าย ยามที่ต้องเจอกับทีมที่เล่นเกมเหย้าได้เหนียวแน่น เชื่อว่าเกมนี้เจ้าบ้านจะอาศัยความพร้อมของระบบทีมยามเล่นในถิ่นและความเฉียบคมในจังหวะสุดท้าย เบียดเอาชนะคว้าตั๋วผ่านเข้ารอบต่อไปได้สำเร็จ
คาดการณ์สกอร์ : เยลิเมย์ 1-0 อลาชเคิร์ท
ข้อมูลที่น่าสนใจ
เยลิเมย์ ชนะ : เนื่องจากเจ้าบ้านมีสถิติการเล่นในบ้านที่แข็งแกร่งและเหนียวแน่นเป็นอย่างมาก โดยไม่แพ้ใครถึง 32 จาก 40 เกมเหย้าหลังสุดรวมทุกรายการ ขณะที่ทีมเยือนมักจะมีปัญหายามลงเล่นในรายการฟุตบอลถ้วยยุโรป ซึ่งมีสถิติพ่ายแพ้ไปถึง 7 จาก 13 นัดหลังสุดในรายการนี้
สกอร์ต่ำ (Under 2.5 Goals) : เนื่องจากเกมนัดแรกเสมอกันมา 1-1 ทำให้เกมนี้มีตั๋วเข้ารอบเป็นเดิมพัน ทั้งสองทีมคงเน้นแท็กติกที่รัดกุมเหนียวแน่นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะทีมเยือนที่มีสถิติเกมรับภาพรวมแข็งแกร่งเสียประตูเฉลี่ยเพียง 1.03 ลูกต่อเกม ทำให้จะสู้กันพื้นที่แดนกลางเป็นส่วนใหญ่และเกิดประตูน้อย
Both Teams to Score (BTTS) - NO : เนื่องจากเจ้าบ้านจะเน้นปรับระบบปรับปรุงเกมรับเพื่อป้องกันไม่ให้โดนเจาะตาข่ายช่วงท้ายเกมเหมือนเลกแรก ยามเล่นในบ้านเน้นความชัวร์เป็นหลัก ประกอบกับสถิติแนวรุกของทีมเยือนที่มักขาดความเฉียบคมในรายการถ้วยยุโรป ทำให้เกมนี้ยากที่จะพังประตูได้ทั้งสองฝั่ง
เยลิเมย์ ได้ประตูแรก : เนื่องจากพวกเขามีสถิติจังหวะเปลี่ยนผ่านจากรับเป็นรุกที่รวดเร็วและเฉียบคม ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นมาแล้วจากการใช้โอกาสยิงประตูน้อยครั้งแต่เปลี่ยนเป็นประตูขึ้นนำได้ก่อนในเลกแรก เกมนี้การเล่นต่อหน้าแฟนบอลจะช่วยให้พวกเขาหาช่องเจาะแนวรับทีมเยือนเข้าไปพังประตูออกนำได้ก่อนอีกครั้ง

พรีวิวเกม
ศึกฟุตบอลถ้วยยุโรปรอบคัดเลือกเลกสองกลับมาดวลแข้งกันอีกครั้ง หลังจากเกมนัดแรกดวลกันอย่างสูสีจนจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 ที่เยเรวาน ตอนนี้การต่อสู้เพื่อแย่งชิงตั๋วเข้ารอบได้ย้ายมาตัดสินกันที่ประเทศคาซัคสถาน โดยที่แทบจะไม่มีความต่างใดๆ ระหว่างทั้งสองทีมเลย ตัวเลขสถิติต่างๆ ชี้ให้เห็นถึงความสมดุลอย่างมาก และจุดเปลี่ยนสำคัญในเกมนัดนี้อาจจะขึ้นอยู่กับจังหวะลูกตั้งเตะและการควบคุมเกมในช่วงท้ายเกมเป็นหลัก
สถิติการพบกันช่วงหลัง
เกมนัดแรกจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 โดยภาพรวมของเกมคือการเปิดเกมรุกบุกกดดันพื้นที่ของ อลาชเคิร์ท ปะทะกับระเบียบวินัยในเกมรับอันเหนียวแน่นของ เยลิเมย์ โดยทาง อลาชเคิร์ท เป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่าที่ 55% และสร้างจังหวะรุกอันตรายได้ถึง 112 ครั้ง ขณะที่ เยลิเมย์ อาศัยจังหวะสวนกลับเร็วโจมตีคืนได้ 84 ครั้งทว่ากลับมีโอกาสส่องประตูรวมที่มากกว่าเล็กน้อยที่ 10 ต่อ 9 ครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นสถิติลูกเตะมุมยังเอียงไปทาง อลาชเคิร์ท อย่างมหาศาลถึง 11 ต่อ 5 ครั้ง ซึ่งช่วยสร้างแรงกดดันให้แนวรับคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง สำหรับโอกาสจะแจ้งนั้น อลาชเคิร์ท ยิงเข้ากรอบ 2 ครั้ง ส่วน เยลิเมย์ ยิงเข้ากรอบเพียงครั้งเดียว ทว่ากลับเป็นฝั่ง เยลิเมย์ ที่ได้ประตูขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 60 จากผลงานของ อาร์เซน อาชิร์เบคอฟ ก่อนที่ ดาวิต เทอร์เทอร์ยาน จะมาสวมบทฮีโร่ยิงตีเสมอให้เจ้าถิ่นได้ในนาทีที่ 86 จากการโหมบุกอย่างหนักในช่วงท้ายเกม ซึ่งช่วงเวลาสุดท้ายดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าคู่นี้ตัดสินกันด้วยรายละเอียดที่เล็กน้อยจริงๆ
ฟอร์มล่าสุด
เยลิเมย์
พวกเขากำลังอยู่ในช่วงฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอในการแข่งขันทุกรายการ โดยไม่แพ้ใครมาแล้ว 3 นัดติดต่อกัน ยิ่งไปกว่านั้นหากขยายสถิติออกไปจะพบว่าพวกเขาสามารถเก็บชัยชนะได้ถึง 17 จาก 34 นัดหลังสุดในทุกรายการ และมีสถิติไม่แพ้ใครสูงถึง 80% หรือคิดเป็น 24 จาก 30 เกมหลังสุด ส่วนผลงานการเล่นในบ้านก็นับว่ามีทีเด็ดด้วยการคว้าชัยชนะได้ถึง 11 จาก 20 เกมเหย้าหลังสุด และปราชัยไปเพียงแค่ 3 นัดจากการลงเล่นในถิ่นตัวเอง 6 นัดหลังสุด
อลาชเคิร์ท
ทางฝั่งทีมเยือนเดินทางมาพร้อมกับโมเมนตัมที่ร้อนแรงและยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน โดยพวกเขาสร้างสถิติไม่แพ้ใครมายาวนานถึง 10 นัดติดต่อกันในทุกรายการแล้ว และการจบด้วยผลเสมอไปถึง 3 จาก 6 นัดหลังสุดแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเป็นทีมที่คุ้นเคยและสามารถรับมือกับการเล่นในเกมที่กดดันและเบียดเสียดได้เป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้นสถิติเกมนอกบ้านก็แข็งแกร่งมากหลังไม่แพ้ใครถึง 8 จาก 10 เกมเยือนหลังสุดในทุกรายการ
ภาพรวมผลงาน
เยลิเมย์
หากส่องผลงานโดยรวมในทุกรายการถือว่ามีทั้งความสมดุลและพลังทำลายล้างที่ยอดเยี่ยม โดยทำประตูเฉลี่ยได้ถึง 1.88 ประตู และเสียประตูเฉลี่ยที่ 1.32 ประตูต่อเกมจากการลงสนาม 34 นัดหลังสุด ส่วนสถิติเฉพาะการเล่นในบ้าน 20 นัดหลังสุด พวกเขาทำประตูเฉลี่ยในถิ่นตัวเองที่ 1.55 ประตูและเสียเฉลี่ย 1.2 ประตูต่อเกม แต่อย่างไรก็ตาม ผลงานในบ้าน 6 นัดหลังสุดที่ต้องพบกับความพ่ายแพ้ไปถึง 3 นัด ก็เป็นสิ่งช่วยเตือนสติว่าจังหวะการควบคุมเกมของพวกเขาในบางครั้งก็มีอาการแกว่งและหลุดลอยไปได้เช่นกัน
อลาชเคิร์ท
ภาพรวมระยะยาวของพวกเขานับว่ามีประสิทธิภาพสูงมาก โดยคว้าชัยชนะได้ถึง 18 จาก 36 นัดหลังสุดในทุกรายการ ยิงประตูได้เฉลี่ย 1.39 ประตูและเสียประตูเฉลี่ยเพียงแค่ 1.03 ประตูต่อเกมเท่านั้น ขณะที่สถิติยามออกนอกบ้านก็สม่ำเสมอหลังเก็บชัยชนะได้ถึง 7 จาก 14 เกมเยือนหลังสุดรวมทุกรายการ โดยพังประตูเฉลี่ยได้ 1.57 ประตูและเสียประตูเฉลี่ยที่ 1.21 ประตูต่อเกมยามออกเยือน
เจาะสถิติที่น่าสนใจ
เยลิเมย์
ฐานข้อมูลสถิติการเฝ้ารังระยะยาวของพวกเขานับว่าน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง โดยพวกเขามีสถิติไม่แพ้ใครถึง 32 จาก 40 เกมเหย้าหลังสุดในทุกรายการ ซึ่งรากฐานที่ยอดเยี่ยมตรงนี้จะช่วยสนับสนุนให้พวกเขาสามารถเปิดเกมรุกเข้ากดดันคู่แข่งได้อย่างเต็มตัวโดยไม่สูญเสียโครงสร้างระบบทีมไป ทว่าสภาพทีมในเกมนี้ถือเป็นจุดอ่อนสำคัญเนื่องจากพวกเขาจะหมดสิทธิ์ใช้งาน รามาซาน โอราซอฟ ที่มีอาการเอ็นฉีกขาด, ไอบาร์ ซัคซีลีคอฟ ที่บาดเจ็บเอ็นฉีก และ นิกิต้า พิวคิน ที่มีปัญหาบริเวณเส้นเอ็นร้อยหวาย แต่อย่างไรก็ดี การเสริมทัพผู้เล่นในแผงหลังช่วงตลาดยังพอช่วยเพิ่มตัวเลือกทดแทนในเกมรับได้บ้าง
อลาชเคิร์ท
พวกเขามีศักยภาพในการผลิตสกอร์และปิดกล่องที่ยอดเยี่ยมหลังคว้าชัยชนะด้วยผลต่างตั้งแต่ 2 ประตูขึ้นไปถึง 4 ครั้งจากการลงสนาม 10 นัดหลังสุดในทุกรายการ ทว่าผลงานเฉพาะในศึก คอนเฟอเรนซ์ ลีก กลับย่ำแย่อย่างน่าเหลือเชื่อ โดยพวกเขาพ่ายแพ้ไปถึง 7 จาก 13 นัดหลังสุดในรายการนี้ และเสียประตูเฉลี่ยสูงถึง 1.85 ประตูต่อเกมยามลงเล่นถ้วยนี้ แถมเป็นการปราชัยขาดลอยด้วยส่วนต่าง 2 ประตูขึ้นไปถึง 5 ครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นหากเล่นในรายการนี้พวกเขายังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นถึง 86% หรือคิดเป็น 6 จาก 7 นัดหลังสุด และเสมอไปถึง 3 จาก 6 นัดหลังสุด สำหรับสภาพทีมเกมนี้นับว่าสมบูรณ์มากเนื่องจากไม่มีรายงานผู้เล่นบาดเจ็บรบกวน อีกทั้งการได้ตัวรุกป้ายแดงอย่าง โจเซฟ ซาโบโบ้ เข้ามาเสริมทัพยังช่วยเพิ่มมิติเกมรุกแนวลึกที่ดุดันได้มากขึ้นอีกด้วย
วิเคราะห์คาดการณ์
เกมนัดแรกแสดงให้เห็นถึงการสู้กันด้วยแท็กติกอย่างแท้จริง โดย อลาชเคิร์ท มีจุดเด่นในเรื่องการครองบอลและกดดันจากลูกตั้งเตะที่ได้ลูกเตะมุมถึง 11 ครั้ง ขณะที่ เยลิเมย์ แสดงความน่ากลัวในจังหวะเปลี่ยนผ่านเกมรุกสวนกลับเร็วที่สร้างโอกาสยิงได้ถึง 10 ครั้งโดยใช้จังหวะเคาะบอลในกรอบเขตโทษน้อยครั้ง เกมในเลกที่สองนี้หากเจ้าบ้านสามารถควบคุมระเบียบวินัยในแผงแนวรับและลดทอนแรงบุกช่วงท้ายเกมของทีมเยือนได้ สถิติการเฝ้ารังที่แข็งแกร่งไม่แพ้ใครถึง 32 จาก 40 นัดในบ้านของพวกเขาจะกลายเป็นรากฐานสำคัญในการกดดันบนสกอร์บอร์ดทันที ทว่าปัญหาใหญ่ของเจ้าถิ่นในเกมนี้คืออาการบาดเจ็บรุนแรงของสามผู้เล่นคีย์แมนหลักอย่าง รามาซาน โอราซอฟ และ ไอบาร์ ซัคซีลีคอฟ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสมดุลในการเดินเกมเป็นอย่างมาก สวนทางกับทีมเยือน อลาชเคิร์ท ที่สภาพทีมฟิตสมบูรณ์เต็มถังและมีเกมรับในทุกรายการที่เหนียวแน่นเสียเฉลี่ยเพียง 1.03 ประตูต่อเกมเท่านั้น อีกทั้งฟอร์มยามออกนอกบ้านช่วงหลังก็ทำได้ดีไม่แพ้ใครถึง 8 จาก 10 นัดหลังสุด แม้ว่าสถิติในศึก คอนเฟอเรนซ์ ลีก ช่วงหลังของทีมเยือนจะดูย่ำแย่และเสียประตูค่อนข้างง่ายในเวทียุโรป ทว่าด้วยขุมกำลังที่พร้อมรบและมีมิติเกมรุกที่หลากหลายกว่าจากการประสานงานของแข้งใหม่อย่าง โจเซฟ ซาโบโบ้ คาดว่าจะช่วยให้ทีมเยือนสามารถบดบี้แดนกลางคุมจังหวะของเกมเอาไว้ได้ ก่อนจะอาศัยความผิดพลาดของแผงหลังเจ้าถิ่นที่มักจะมีอาการแกว่งยามเล่นในบ้านช่วงหลัง เจาะพังประตูเบียดคว้าชัยชนะและผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ
คาดการณ์สกอร์ : เยลิเมย์ 1-2 อลาชเคิร์ท
ข้อมูลที่น่าสนใจ
-
อลาชเคิร์ท ชนะ - สอดคล้องกับคาดการณ์สกอร์ เนื่องจากทีมเยือนกำลังอยู่ในฟอร์มที่มั่นใจมากด้วยสถิติไม่แพ้ใครมา 10 นัดติดต่อกันรวมทุกรายการ และมีฟอร์มเกมนอกบ้านที่เหนียวแน่นแพ้ยาก สวนทางกับเจ้าบ้านที่ต้องเจอปัญหานักเตะหลักบาดเจ็บพร้อมกันถึง 3 ราย
-
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง - เนื่องจากเกมนัดแรกทั้งสองทีมเปิดหน้าแลกกันอย่างสนุกจนเกิดประตูขึ้นทั้งสองฝั่ง ประกอบกับสถิติในรายการนี้ของ อลาชเคิร์ท ที่มีแนวรับค่อนข้างหลวมเสียเฉลี่ยถึง 1.85 ประตูต่อเกม ขณะที่สถิติในบ้านของเจ้าถิ่นก็ยิงได้สม่ำเสมอเฉลี่ย 1.55 ลูก ทำให้เกมนี้น่าจะมีประตูเกิดขึ้นเยอะจนทะลุเรท
-
Both Teams to Score (BTTS) : ใช่ - จากสถิติเกมเหย้าของ เยลิเมย์ ที่มีสถิติเกมรุกเฉลี่ย 1.55 ประตูแต่ก็เสียเฉลี่ย 1.2 ประตูต่อเกมเช่นกัน ประกอบกับทีมเยือนมีแนวรุกที่อันตรายและสถิติในถ้วยนี้เสียประตูง่าย ทำให้เชื่อว่าต่างฝ่ายต่างมีโอกาสเจาะตาข่ายกันได้ทั้งสองฝั่งเหมือนเกมนัดแรก
-
เยลิเมย์ ได้ประตูแรก - ด้วยข้อได้เปรียบจากการลงเล่นในถิ่นตัวเองท่ามกลางเสียงเชียร์ และมีสถิติเกมรุกสวนกลับเร็วในบ้านที่เฉียบคมเฉียบขาด จะช่วยให้พวกเขาหาช่องโจมตีจังหวะฉาบฉวยพังประตูขึ้นนำไปได้ก่อนในช่วงครึ่งเวลาแรก




